ไหมเย็บแผลทำมาจากอะไร
ไหมเย็บแผลทำมาจากอะไร

ไหมเย็บแผลทำมาจากอะไร คือ วัสดุเย็บแผล (Suture materials) ที่ใช้เย็บแผลที่จะสามารถคงรูปของแผลให้ปิดอยู่ได้ ที่ช่วยลดปริมาณสิ่งแปลกลอมที่จะเข้าไปในแผลและยังช่วยให้แผลติดกันและช่วยให้หายเร็วขึ้นจากปกกติ ทำมาจากอะไร มีกี่ประเภท ?.

ไหมเย็บแผลสามารถแบ่งได้หลายประเภท หากแบ่งเป็นวัสดุที่ใช้ทำจะมี 2 ประเภทคือ ไหมเส้นใยธรรมชาติ (Natural sutures) เช่น Plain catgut, Chromic catgut, Silk, Cotton และไหมเส้นใยสังเคราะห์ (Synthetic sutures) เช่น Nylon, Vicryl, Dexon เป็นต้น

ปัจจุบันการผ่าตัดทางนรีเวชนิยมใช้ Synthetic suture มากกว่า เนื่องจากมีปฏิกิริยาการอักเสบน้อยกว่า และทำให้แผลมีความคงทนมากกว่า Biologic suture สำหรับการแบ่งไหมตาม Physical configuration จะแบ่งได้ 2 แบบ คือ Monofilament และ Multifilament

โดย Monofilament เป็นไหมแบบเส้นเดียว มีความเสียดทานน้อยกว่า แต่ก็แข็งแรงน้อยกว่า มีปฏิกิริยาการอักเสบน้อย เสี่ยงต่อการติดเชื้อน้อยกว่าเนื่องจากไม่มีร่องเหมือนไหมชนิด Multifilament ซึ่งเป็นไหมแบบถักหลายเส้น ทำให้แบคทีเรียเข้าไปแทรกอยู่ด้านในได้ นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งไหมเย็บแผลได้เป็นไหมละลาย (Absorbable sutures) และ ไหมไม่ละลาย (Nonabsorbable sutures) ดังนี้

ไหมละลาย (Absorbable sutures)

ไหมเย็บแผลทำมาจากอะไร
ไหมเย็บแผลทำมาจากอะไร

หมายถึงไหมที่จะสูญเสียแรงตึงของไหมไปภายใน 60 วันหลังจากวันที่เย็บแผลไหมละลายที่ดีควรมีปฏิกิริยาต่อเนื้อเยื่อน้อย มีแรงดึงมาก ละลายช้า มัดปมได้แน่นไม่เลื่อนหลุด สำหรับไหมที่ละลายเร็วจะใช้ในการเย็บผิวหนังบริเวณใบหน้า

1. ไหมเส้นใยธรรมชาติ (Natural suture) ได้แก่ Plain catgut, Chromic catgut ทำมาจากไส้ของวัวหรือแกะโดย Plain gut จะมีแรงตึงไหมอยู่ได้ 5-7 วันขณะที่ Chromic catgut จะเคลือบด้วย Chromium salts ทำให้ไม่ถูกเอนไซม์สลายจึงอยู่ได้นานกว่าคือ 10-14 วัน

2.ไหมเส้นใยสังเคราะห์(Synthetic suture)สร้างจาก Polyglycolic acid หรือ Glycolide polymers อื่นๆ โดยทั่วไปจะสลายภายใน 1-3 สัปดาห์หรือไหมชนิด Delayed absorbable suture เช่น Maxon ซึ่งไหมอาจอยู่ได้นานถึง 2 เดือน

แต่ก็ยังถือว่ามีปฏิกิริยาอักเสบต่อเนื้อเยื่อน้อยกว่า Natural sutures เนื่องจากขบวนการสลายของ Synthetic suture เป็นแบบ Hydrolysis ในขณะที่ Natural sutures เป็นแบบ Proteolysis Vicryl (Polyglactin 910) เป็นไหมแบบถักที่มีความลื่นจับผูกปมได้ง่ายไหมคงความแข็งแรงอยู่ 3-4 สัปดาห์

ไหมจะสลายจนหมดภายใน60-90 วันและเป็นไหมชนิดที่ดีที่สุดในการเย็บชั้น Subcutaneous tissue นอกจากนี้ยังมีไหมชนิด Vicryl rapide ซึ่งละลายได้เร็วกว่า คือภายใน 10-14 วันเหมาะกับการเย็บปิดชั้นผิวหนังในแผลที่ตัดไหมได้ยาก เช่น แผลฉีกขาดที่ต้องพันด้วยเฝือกหรือไม้ดามเป็นต้น

Monocryl (Poliglecaprone 25) เป็นไหมชนิด Monofilament suture ที่มีความยืดหยุ่น สามารถจับและผูกปมได้ง่ายและปมมีความแน่น เสี่ยงติดเชื้อน้อยกว่าไหมแบบถัก โดยเฉพาะการเย็บในชั้นกล้ามเนื้อลึกๆ ส่วนมากใช้เย็บ Subcuticular suture เพื่อปิดผิวหนัง ไหมมีแรงตึงอยู่ได้ประมาณ 21 วัน

Dexon (Polyglycolic acid) เป็น Synthetic absorbable suture ตัวแรกที่นำมาใช้ เป็นไหม Polymer ชนิดถัก ที่ผูกปมได้แน่นดีมาก แต่ข้อเสียคือไหมมีความฝืดจึงได้มีการพัฒนาไหมรุ่นใหม่ๆขึ้น เช่น Dexon II, Dexon plus ซึ่งเคลือบสารสังเคราะห์ทำให้สามารถจับไหมได้ถนัดขึ้นและง่ายขณะผูกปม

PDS (Polydioxanone) เป็นไหมชนิด Monofilament จึงลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้มากกว่า และมีความแข็งแรงของไหมอยู่ได้นานากว่า Vicryl โดยอยู่ได้นาน 5-6 สัปดาห์โดยไม่สูญเสียความแข็งแรงของไหมเลย นอกจากนี้ไหมยังมีความเสียดทานน้อยกว่า และตัวปมไหมแน่นกว่า Vicryl  ข้อด้อยคือมีราคาแพงกว่าทั้ง Vicryl และ Dexon

Maxon (Polytrimethylene carbonate) ไหมชนิด monofilament พัฒนาต่อยอดมาจาก PDS คือยังคงความแข็งแรงของไหมที่ดีเยี่ยมอยู่ที่ 5-6 สัปดาห์ แต่จับได้ถนัดมือมากขึ้น มีปฏิกิริยาต่อเนื้อเยื่อน้อย ผูกปมแรกแล้วไม่เลื่อนหลุดง่าย แต่ไม่ฝืดขณะรูดไหม ข้อด้อยคือราคาพงกว่า Dexon และ Vicryl

ไหมไม่ละลาย (Nonabsorbable sutures)

ไหมเย็บเผลทำมาจากอะไร

โดยทั่วไปไหมชนิดนี้จะคงความแข็งแรงอยู่ได้มากกว่า 2 เดือน ไหมเส้นใยสังเคราะห์หลายชนิดก็คงอยู่ในแผลถาวร

1. ไหมเส้นใยธรรมชาติ (Natural suture) เช่น Linen, cotton แต่ที่นิยมใช้มากที่สุดคือ Silk มีความแข็งแรงของไหมน้อยที่สุดในกลุ่มไหมไม่ละลาย บางครั้งอาจเรียกว่าเป็น Slow absorbable suture

มีปฏิกิริยาอับเสบต่อเนื้อเยื่อมากปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้เย็บแผลมากนัก เนื่องจากมีไหมสังเคราะห์ชนิดอื่นที่มีความแข็งแรงมากกว่ามาแทนที่แต่ยังใช้เย็บผิวหนังในบางหัตถการ เช่น Central line , ICD เป็นต้น.

2. ไหมเส้นใยสังเคราะห์ (Synthetic suture) Dacron เป็น Polyester มีปฏิกิริยาการอักเสบน้อยกว่า Silk แต่มีแรงเสียดทานมากทำให้ผูกไหมค่อนข้างยากแต่สามารถลดการบาดเจ็บจากแรงเสียดสีต่อเนื้อเยื่อได้ด้วยการเคลือบ ( Teflon Nylon ) เป็นไหมที่ได้รับความนิยมมากเนื่องจากมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นมีปฏิกิริยาต่อเนื้อเยื่อน้อยราคาถูก

ข้อเสียคือ ปมแรกที่ผูกคลายง่ายต้องผูกปมหลายครั้งจึงจะแข็งแรงโดย Nylon แบบ monofilament จะเสียความแข็งแรงไป 20% หลังผ่านไป 1 ปี ส่วน multifilament จะเสียความแข็งแรงของไหมทั้งหมดใน 6 เดือน

Prolene (Polypropylene) เป็นพลาสติกและมีปฏิกิริยาอักเสบน้อยที่สุด ใช้เย็บ Fascia และ Skin รวมทั้งเย็บซ่อม vascular, nerve, tendon injury และเนื่องจากไหมเป็นพลาสติก สามารถเย็บในแผลที่คาดว่าจะบวมได้ดี เนื่องจากมีความยืดหยุ่น แต่มักต้องผูกปมหลายชั้นเนื่องจากไหมลื่นและหลวมง่ายในปมแรก

Polybutester (Novafil) เป็นไหม monofilament ที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า Nylon และ Prolene สามารถเย็บในแผลที่บวมได้ดีและลดรอย Suture mark ได้เนื่องจากไหมยืดออกจากความบวมของแผล อ้างอิง w1.med.cmu.ac.th

เป็นยังไงกันบ้างครับ กับสาระนารู้เกี่ยวกับเรื่อง ไหมเย็บแผลทำมาจากอะไร สามารถติดตามโปรโมชันเกี่ยวกับศัลยกรรมใหม่ๆได้ที่ เฌอฌาร์ม คลินิก เสริมจมูก รักษาสิว ขอนแก่น : AAC

สนใจ เสริมจมูก คลิก

สนใจ ปลูกผม คลิก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *