เมโสแฟต

บอกลาปัญหาเซลลูไลท์ กำจัดไขมันเฉพาะจุดด้วยเมโสแฟต

          เชื่อว่าปัญหาไขมันส่วนเกินเป็นปัญหาที่สร้างความหนักใจสำหรับใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่กังวลกับรูปลักษณ์ของตัวเอง ทำให้ขาดความมั่นใจจนกลายเป็นคนเสียบุคลิกได้ แต่ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้ง่าย ๆ ด้วยนวัตกรรมที่เรียกว่า เมโสแฟต การฉีดเมโสแฟตถือเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมันโดยไม่อยากผ่าตัด โดยสามารถฉีดได้ตามจุดที่มีเซลลูไลท์เยอะเช่น ต้นแขน ต้นขา เหนียง แก้ม หน้าท้อง เป็นต้น

เลือกอ่านหัวข้อในบทความ

เมโสแฟต คืออะไร ?

          เมโสแฟต meso fat คือการฉีดตัวยาสลายไขมันเข้าไปในชั้นไขมัน เพื่อทำให้ไขมันแตกตัวและกลายเป็นของเสียขับออกมาทางระบบขับถ่ายเช่นเหงื่อหรือปัสสาวะ นิยมฉีดเฉพาะจุด เช่น ลดแก้ม ลดเหนียง ลดต้นแขน ต้นขา ซึ่งจะช่วยลดเซลลูไลท์และทำให้ผิวหนังกระชับไม่หย่อนคล้อย

จุดฉีดแฟตสลายไขมันยอดนิยม

  • ลดเหนียง เหนียงเป็นการสะสมของไขมันบริเวณใต้คาง เมื่อรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง และไม่ออกกำลังกายจึงทำให้เกิดชั้นไขมันบริเวณนั้น การฉีดเมโสแฟตจะช่วยให้ไขมันสลายไปได้บางส่วน แนะนำให้ทำควบคู่ไปกับการลิฟกรอบหน้า จะช่วยให้เห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น

  • ลดแก้ม ผู้ที่มีไขมันบริเวณแก้มเยอะเกินใบอาจทำให้ใบหน้าดูไม่สมส่วน โดยสามารถฉีดแฟตสลายไขมันเพื่อช่วยลดแก้มได้ แต่ในบางกรณีปัญหาของคนที่มีแก้มใหญ่อาจไม่ได้มาจากชั้นไขมัน แต่เป็นเรื่องของกราม ในกรณีนี้จึงแนะนำให้แก้ปัญหาโดดยการใช้โบท็อกจะเห็นผลดีกว่า เพราะการฉีดเมโสแฟตนั้นจะช่วยสลายไขมัน ส่วนการฉีดโบท็อกจะชวยทำให้กล้ามเนื้อกระชับนั่นเอง

  • ต้นแขนและต้นขา เป็นอีกหนึ่งบริเวณที่มีปัญหาไขมันสะสม แต่ในการจะฉีดเมโสแฟตเพื่อลดไขมันบริเวณนี้นั้น ต้องดูก่อนว่าต้องการลดไขมันหรือลดกล้ามเนื้อ หากเป็นการลดไขมัน สลายเซลลูไลท์ ก็สามารถฉีดเมโสแฟตได้ แต่ถ้าหากต้องการลดกล้ามเนื้อ ก็ควรจะฉีดโบท็อกแทน แต่ถ้ามีไขมันสะสมมากเกินไป การฉีดเมโสแฟตอาจไม่คุ้มค่าที่จะทำ ควรดูดไขมันจะดีกว่า

  • ลดหน้าท้อง เมโสแฟตสามารถฉีดสลายไขมันหน้าท้องได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการจะลดไขมันบริเวณหน้าท้องนั้นควรทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายและเลือกรับประทานอาหาร เพื่อให้ไขมันที่สลายไปแล้วไม่กลับมาสะสมได้ใหม่

Meso Fat เหมาะกับใคร ?

  • คนที่มีไขมัน เซลลูไลท์สะสม อยากลดไขมันเฉพาะจุด
  • คนที่อยากลดไขมันแต่ไม่อยากดูดไขมัน และไม่อยากผ่าตัด
  • คนที่ออกกำลังกายแล้วน้ำหนักลงยาก
  • คนที่ไม่ค่อยมีเวลาว่าง เพราะเมโสแฟตฉีดเสร็จแล้วไม่ต้องพักฟื้น สามารถทำงานต่อได้ตามปกติ

ข้อดีและข้อเสยของ meso fat

ข้อดี

  • ลดไขมันได้เฉพาะจุด หลังฉีดผิวหนังกระชับ ไม่หย่อนคล้อย
  • ไม่ต้องทำการผ่าตัด และไม่ต้องมีการพักฟื้น
  • เห็นผลอย่างรวดเร็ว
  • ใช้เวลาในการฉีดไม่นาน

ข้อเสีย

  • ไม่เหมาะกับการสลายไขมันในปริมาณมาก ๆ
  • เมื่อเทียบกับการดูดไขมันจะเห็นผลช้ากว่า โดยจะเห็นผลหลังฉีดประมาณ 1-2 สัปดาห์

การเตรียมตัวก่อนฉีด

ถึงแม้ว่าการฉีดเมโสแฟตจะเป็นหัตถการที่ไม่ใหญ่มาก แต่ก็มีข้อควรปฏิบัติและการเตรียมตัวก่อนฉีดดังนี้
  1. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดเมโสแฟตมาก่อนอย่างรอบคอบ
  2. เข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษาและขอคำแนะนำ ว่าควรฉีดเมโสแฟตเพื่อสลายไขมันที่บริเวณไหน อย่างไร
  3. งดยากลุ่ม แอสไพริน, NSAIDs และ Dipyridamol เป็นเวลา 48 ชั่วโมงก่อนฉีด

การดูแลตัวเองหลังฉีด

  1. หลังฉีดสามารถออกกำลังกายได้สัปดาห์ละ 2-3 วัน วันละ 30-45 นาที เพื่อเป็นการช่วยเผาพลาญไขมัน
  2. ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยให้สลายไขมันออกมาได้มากที่สุด อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร
  3. งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่
  4. หลังฉีดเมโสแฟตสลายไขมันไปแล้วสามารถทำหัตถการเกี่ยวกับการกระชับผิวหน้าได้ เพื่อไม่ให้ผิวเกิดการหย่อนคล้อย

ฉีดแฟตกับดูดไขมัน แบบไหนดีกว่ากัน

          การดูดไขมันนั้นไม่แนะนำให้ทำในบริเวณที่มีเส้นเลือดประสาทรวมตัวกันอยู่เยอะ ๆ เช่นบริเวณใบหน้า เพราะเสี่ยงที่จะทำให้เกิดผลข้างเคียงได้มาก ดังนั้นหากต้องการลดไขมันส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าจะนิยมฉีดเมโสแฟตมากกว่า แต่ในบริเวณที่มีไขมันสะสมมากเกินไปการฉีดเมโสแฟตก็อาจจะไม่เห็นผลมากเท่าไหร่ ในส่วนนั้นก็จะต้องใช้วิธีดูดไขมันจะดีกว่า

ฉีดเมโสแฟตอยู่ได้นานกี่เดือน

          ผลลัพธ์ของเมโสแฟตโดยปกติแล้วจะสามารถอยู่ได้นาน 2-3 เดือน แต่ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตหลังจากนั้นด้วย ถ้าหากมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ทานอาหารที่มีไขมันมากเช่นของมันของทอด ก็จะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น

เมโสแฟตยี่ห้อไหนดี

          คำถามเกี่ยวกับเมโสแฟต ว่าเมโสแฟตยี่ห้อไหนดี ยี่ห้อไหนลงจริงและเห็นผลดีที่สุด ต้องบอกว่าผลลัพธ์ของการฉีดเมโสแฟตอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละจุดที่ฉีด การเลือกยี่ห้อของเมโสแฟตแพทย์จะดูถึงความเหมาะสม ว่าตัวยาเหมาะกับจุดที่จะฉีดหรือไม่

ปัจจุบันยี่ห้อของเมโสแฟตมีอยู่ด้วยกันหลายยี่ห้อมาก ๆ ผู้ที่กังวลกับผลลัพธ์สามารถปรึกษากับแพทย์ได้ เพื่อขอคำแนะนำถึงยี่ห้อที่เหมาะสมกับแต่ละคน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดเมโสแฟต

เมโสแฟต กี่วันเห็นผล ?

โดยทั่วไปการฉีดเมโสแฟตในช่วงแรกไขมันจะเริ่มสลายไปประมาณ 10–15 % และจะค่อยๆ สลายตัวไปเรื่อยๆ โดยจะเริ่มเห็นผลที่ชัดเจนในระยะเวลาประมาณ 1-3 สัปดาห์หลังฉีด แต่สัดส่วนบริเวณที่ฉีดจะลดมากหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันของแต่ละบุคคลและแต่ละจุดด้วยค่ะ

เมโสแฟต ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน ?

โดยปกติแล้วการฉีดเมโสแฟตครั้งแรกนั้น จะต้องกลับมาฉีดซ้ำอีกครั้งภายใน 1-2 อาทิตย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ด้วยว่าในแต่ละเคสควรฉีดเมโสแฟตปริมาณเท่าไหร่จึงจะเห็นผลอย่างชัดเจน และแพทย์จะเป็นผู้แบ่งจำนวนครั้งที่ต้องมาฉีดว่าครั้งหนึ่งจะต้องฉีดกี่เข็ม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ไขมันที่สลายถูกขับออกทางไหน ?

การฉีดเมโสแฟตเพื่อสลายไขมัน ทำให้เซลล์ไขมันที่ถูกสลายโดยการแตกตัว จะถูกดูดซึมเข้าสู่ระบบน้ำเหลือง และขับออกมาทางปัสสาวะ ซึ่งหลังจากที่ฉีดแฟตไปแล้ว ขอแนะนำให้ดื่มน้ำตามปริมาณมากๆ ประมาณวันละ 1-2 ลิตรค่ะ

ใครบ้างไม่ควรฉีด meso fat ?

  1. ผู้หญิงตั้งครรภ์
  2. คุณแม่ให้นมบุตร
  3. ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  4. คนที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์
  5. ผู้ที่ใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด

ฉีดเมโสแฟตพร้อมร้อยไหมได้หรือไม่ ?

ฉีดเมโสแฟตและร้อยไหม สามารถทำพร้อมกันได้ แต่อาจจะบางกรณีที่คนไข้มีแก้มเยอะ แพทย์อาจจะพิจารณาให้ฉีดเมโสแฟตให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยกลับมาร้อยไหมเพื่อยกกระชับหน้าอีกครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น

ฉีดแฟตดื่มแอลกอฮอล์ได้ไหม ?

เมื่อฉีดแฟตไปแล้ว ควรงดการดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เนื่องจากอาจจะทำให้อาการบวมหายช้า และควรทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อช่วยให้ร่างกายขจัดหรือสลายไขมันได้ดี Meso Fat ก็จะมีประสิทธิภาพและได้ผลดียิ่งขึ้นด้วยค่ะ

เมโสแฟตและโบท็อกต่างกันอย่างไร

เมโสแฟตเป็นการฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นใต้ผิวหนังเพื่อช่วยสลายไขมัน ทำให้บริเวณที่ถูกฉีดดูเล็กลง ส่วนโบท็อกเป็นการฉีดเพื่อให้กล้ามเนื้อหดตัวและมีขนาดเล็กลง ทั้งสองอย่างเป็นหัตถการที่ช่วยทำให้ใบหน้าดูเรียวและช่วยให้ส่วนอื่น ๆ ดูเล็กลงได้เช่นกัน

ฉีดเมโสแฟตบวมกี่วัน ?

หลังจากฉีดเมโสแฟต จะมีอาการบวมจากปริมาณยาที่ฉีดเข้าไป ซึ่งยาจะค่อยๆ ซึม และยุบใน 3-4 ชั่วโมง โดยอาจมีจะบางรายที่อาการบวมประมาณ 1-3 วันได้เช่นกันค่ะ