P-cell
Home » SERVICE » P-Cell

P-cell นวัตกรรมสารสกัดอสุจิปลาแซลมอน เติมเต็มหลุมสิว ฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส

P-Cell เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการฉีดสารบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวสวยจากภายในสู่ภายนอก และเป็นนวัตกรรมที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยตัวยาจะประกอบไปด้วย DNA ปลาแซลมอน และ Hyaluronic Acid ที่มีความบริสุทธิ์ ไม่เป็นอันตรายใด ๆ ต่อร่างกาย พร้อมมีคุณสมบัติโดดเด่นในเรื่องของการช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหน้าที่แห้งเสีย หรือพังจากสารเคมี ช่วยทำให้ใบหน้ากลับมาอิ่มน้ำ ดูกระจ่างใสขึ้น ลดรอยดำรอยแดงจากสิว ผดผื่น ลดสิวอักเสบ ลดรูขุมขนกว้าง เติมเต็มหลุมสิว ฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวที่โดนทำร้ายจากมลภาวะในชั้นระดับดีเอ็นเอ ทำให้ผิวที่อ่อนแอกลับมาแข็งแรง ฉ่ำวาว และช่วยให้ผิวได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังเห็นผลไว เหมาะกับทุกสภาพผิว และมีประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยได้เป็นอย่างดี

เลือกอ่านหัวข้อในบทความ

P-Cell คืออะไร ?

P-cell คือ การฉีดสารอาหารให้กับผิวชนิดหนึ่ง ซึ่งนวัตกรรมนี้จะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวจากภายในสู่ภายนอก โดยมีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid (HA) และ DNA ปลาแซลมอน ที่นำเข้ามาจากประเทศเกาหลีใต้ที่มีคุณภาพสูง ซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้

  •  Hyaluronic Acid หรือกรดไฮยาลูโรนิค เป็นกรดที่ผลิตขึ้นเองตามธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ ซึ่งจะมีความโดดเด่นในการช่วยเรื่องของความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น โดยไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว ซึ่งคุณสมบัติของ Hydrophilic ในกรดไฮยาลูโรนิคนี้ จะช่วยดึงโมเลกุลของน้ำจากภายในมาเติมเต็มผิวให้ดูชุ่มชื้นและเต่งตึง ดูอิ่มน้ำมากขึ้น
  • Poly Deoxy Ribo Nucleotide (PDRN) กระบวนการสกัดอสุจิปลาแซลมอน จากขั้นตอนการสังเคราะห์ DNA เพื่อให้ได้ Poly Deoxy Ribo Nucleotide ซึ่งจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการฟื้นฟูเนื้อเยื่อและซ่อมแซมเซลล์ผิวระดับ DNA ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น และมีคุณสมบัติเด่นที่จะช่วยในการกระตุ้นเซลล์ผิวให้สร้างใหม่ รวมถึงมีการดีท็อกสารพิษในผิวหนังได้ดี เมื่อนำมาใช้กับผิวหน้าจะเห็นผลได้ดีขึ้น ผิวดูกระจ่างใส เรียบเนียนมากยิ่งขึ้นด้วย

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฮยาลูรอน : ไฮยาลูรอน คืออะไร รวม 3 คุณประโยชน์ที่ดีของไฮยาลูรอนิค

สารประกอบ P-cell อสุจิปลาแซลมอน

การกำเนิดของอสุจิแซลมอน มีที่มาอย่างไร

โดยปกติทั่วไปส่วนใหญ่ปลาแซลมอนที่ขายตามท้องตลาดทั่วโลกมาจากฟาร์มที่เลี้ยงปลาแซลมอนในแอตแลนติส แต่ในมหาสมุทรแปซิฟิกนั้นจะสามารถจำแนกปลาแซลมอนได้ทั้งหมด 5 สายพันธุ์ คือ Chinook (King), Sockeye (Red), Silver (Coho), Humpy (Pink) และ Chum (Dog) โดยสายพันธุ์ที่ถูกนำอสุจิของปลาแซลมอนมาจะเป็นปลาแซลมอนเชื้อสาย King Salmon ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุดในโลก และเป็นการคัดเลือกพ่อพันธุ์หรือนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น จากนั้นจะถูกนำมาเพาะเลี้ยงในสภาวะที่ดีที่สุด เพื่อให้ได้สารสกัดจากอสุจิปลาแซลมอนที่มีคุณภาพสูง

ซึ่งแบรนด์ Mesoestetic ผู้ผลิต mesohyalTM X-DNA จากประเทศสเปน เป็นเจ้าแรกที่นำเข้ามาและได้มีการสร้างฟาร์มปลาแซลมอนเพื่อคัดเลือกปลาที่สมบูรณ์ แล้วนำมาสกัดอสุจิของปลาแซลมอนจากทั้งตัวปลา แต่การเพาะเลี้ยงก็ยังคงรักษาความเป็นธรรมชาติของปลาแซลมอนไว้ให้เหมือนเดิมมากที่สุด เช่น อุณหภูมิหรือปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำที่จะอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและปลาปราศจากความเครียด เป็นต้น

ในส่วนของการสกัดอสุจิปลาแซลมอนจะทำการดึงสเปิร์มออกมาจากตัวปลา แล้วนำมาสกัดสารที่ชื่อว่า Sodium DNA ซึ่งจะมีคุณสมบัติพิเศษ คือ เมื่อเข้าสู่ใต้ผิวหนังชั้นหนังแท้แล้ว จะสามารถซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวได้เป็นอย่างดี และเมื่อทำการสกัดออกมาแล้วจะมีการนำมาต่อยอดผนวกเข้ากับ HA (Hyarulonic Acid) ชนิด non-crosslink ที่มีคุณสมบัติเป็นสารเติมเต็มช่วยลดริ้วรอยได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งสารนี้ยังสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดสารตกค้างในผิวหนัง

นอกจากนี้ บริษัท Mesoestetic ซึ่งเป็นเจ้าแรกที่นำเข้ามาและเป็นนวัตกรรมที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน รวมถึงยังได้รับการยอมรับให้จัดจำหน่ายกว่า 109 ประเทศทั่วโลก พร้อมทั้งได้ อย. ยุโรป และได้รับเครื่องหมาย CE ที่จัดอยู่ในกลุ่ม Class III medical devices มาตรฐานสูงสุดของเครื่องมือแพทย์, รางวัล Innovation prize, รางวัล ANTI-AGING & BEAUTY TROPHY ซึ่งเป็นสิ่งที่จะบ่งบอกถึงความมีคุณภาพและได้มาตรฐานความปลอดภัยสูง

ฉีด p cell ดีไหม ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

  • ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและยืดหยุ่นของชั้นผิว
  • ช่วยกักเก็บน้ำและความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวดูชุ่มชื้น แน่น ยืดหยุ่น กระจ่างใส และดูอ่อนเยาว์
  • ช่วยขับสารพิษและเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพที่ตกค้างในผิวหนัง
  • ช่วยบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกถึงชั้นเซลล์ผิว
  • ช่วยให้ผิวได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และช่วยให้ฟื้นฟูตัวเองได้ดี
  • ลดอาการอักเสบของสิวบนใบหน้าให้ดีขึ้น พร้อมช่วยแก้ปัญหาเรื่องสิวเรื้อรัง สิวอุดตัน และสิวผด
  • ช่วยปรับสมดุลให้ผิวมีภูมิคุ้มกันที่ดี แข็งแรง และทนต่อมลภาวะ
  • ช่วยให้สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอและหมองคล้ำ ดูผิวกระจ่างใส ฉ่ำวาว และสุขภาพดีขึ้น
  • ช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน
  • ช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องลึก รอยแผลเป็น รอยดำ รอยแดง จุดด่างดำต่าง ๆ และทำให้รูขุมขนกระชับมากขึ้น
  • ต่อต้านริ้วรอยแห่งวัยได้ดี
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนังจนถึงชั้นหนังแท้ เพื่อเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ทดแทนเซลล์ผิวเก่าที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดและมลภาวะ
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้ลึกถึงชั้นหนังแท้
  • ช่วยรักษาหลุมสิว แก้ไขปัญหาผิวไม่เรียบเนียน และรอยแตกของผิวหนัง
  • ช่วยให้การแต่งหน้าติดผิวได้ดียิ่งขึ้น
  • ช่วยให้เห็นผลได้ดีและเร็วกว่าการทาครีมบำรุงทั่วไป
P-cell ช่วยอะไรบ้าง

ปัญหาหลุมสิวหลังฉีด P cell กี่วันจึงจะเห็นผล

หลังฉีด p cell จะสามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าที่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน โดยคนไข้จะรู้สึกว่าผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้น และจะเห็นผลที่ชัดเจนผิวดูกระชับ หน้าดูกระจ่างใส หลุมสิวดูอิ่มฟูขึ้นประมาณ 7 วันหลังฉีด ทั้งนี้ผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 1-3 เดือน ซึ่งโดยปกติแพทย์จะแนะนำให้ทำประมาณ 5-10 ครั้งต่อเนื่อง โดยจะมีการเว้นระยะห่างประมาณ 2-4 สัปดาห์/ 1 ครั้ง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับปัญหาและพื้นฐานของสุขภาพผิว รวมทั้งผลลัพธ์หลังทำจะอยู่ได้นานหรือไม่จะขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหรือการใช้ชีวิตประจำวันหลังฉีดของแต่ละบุคคลด้วย

P-Cell อสุจิ ปลาแซลมอน ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ?

สำหรับการฉีด p-cell จะสามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง โดยบริเวณใบหน้าจะสามารถทำได้ทั้งหน้า ซึ่งอาจจะเน้นบริเวณที่มีริ้วรอย เช่น หางตา ร่องแก้ม หน้าผาก ใต้ตา หลุมสิว เพื่อฟื้นฟูริ้วรอยให้เรียบเนียนขึ้น และบริเวณลำคอ เพื่อเพิ่มความอิ่มน้ำ ลดเลือนริ้วรอย และสามารถฉีดจุดสำคัญบนใบหน้า หรือฉีดทั่วใบหน้า ตามเทคนิคการฉีด 16 จุด ซึ่งจะเป็นวิธีการฉีดที่ผสมผสานกับการฝังเข็มบนใบหน้าศาสตร์การแพทย์ของจีน โดยใช้เข็มฉีดตามทิศทางการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลืองตามหลัก Lymphatic Drainage ซึ่งจุดที่ทำการฉีดจะเป็นการเปิดระบบพลังงานทำให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น จะช่วยทำให้สารธรรมชาติและวิตามินต่าง ๆ ในตัวยากระจายไปทั่วใบหน้าอย่างรวดเร็ว และตัวยายังออกฤทธิ์ได้ดีและเห็นผลยาวนานกว่าการทาครีมทั่วไป

เนื่องจากครีมที่ทาทั่วไปนั้นจะซึมเข้าไปแค่ชั้นหนังกำพร้า แต่การใช้ p-cell ที่จะฉีดสะกิดไปที่บริเวณผิวหนัง จะช่วยทำให้ตัวยาซึมเข้าไปถึงชั้นผิวหนังที่ลึกได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการหน้าฉ่ำวาว ดูเงา ผิวเรียบเนียน และผู้ที่มีปัญหาเรื่องของหลุมสิว หัตถการนี้จะช่วยเติมเต็มและช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นได้อย่างชัดเจน

รีวิว p-cell

การเตรียมตัวก่อนฉีด

  •  หากมีโรคประจำตัว หรือยาและอาหารเสริมที่กำลังรับประทานอยู่ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำการรักษาทุกครั้ง
  • ให้พักผ่อนให้เพียงพอและควรดื่มน้ำสะอาด อย่างน้อย 1.5-2 ลิตร เพื่อให้ผิวพร้อมเปิดรับการบำรุงและดีท็อกซ์ได้ดียิ่งขึ้น
  • งดการทานยากลุ่มแอสไพริน และงดวิตามินที่มีผลต่อเลือด เช่น วิตามิน A D และ E เป็นต้น
  •  หากมีการแพ้ยาหรือแพ้ครีมบำรุง จะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อวิเคราะห์ปัญหาผิวหน้าได้อย่างเหมาะสมก่อนทำการฉีด

 

ทั้งนี้ ข้อควรระวังในการฉีด p cell จะงดฉีดให้สตรีมีครรภ์หรือสตรีที่กำลังให้นมบุตร ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้ส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง และผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด หรือยาโรคหัวใจ

ขั้นตอนในการฉีด

การเข้ารับการรักษาหลังจากที่ได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว จะมีวิธีการทำด้วยกัน ดังนี้

  • เริ่มแรกจากต้องทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด
  • ทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
  • หลังจากนั้นจะทำการฉีดตัวยา โดยใช้วิธีการฉีดแบบสะกิดทั่วหน้า ซึ่งจะทำให้ตัวยากระจายได้ทั่วใบหน้า และต้องฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น
  • ใช้ระยะเวลาการฉีดประมาณ 15 นาที ตัวยาก็จะถูกดูดซึมเข้าไปอยู่ใต้ผิว
  • หลังจากฉีดเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถกลับบ้านและใช้ชีวิตได้ตามปกติ

หลังฉีด P-Cell ควรดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง

หากต้องการให้ผลลัพธ์หลังฉีดเห็นผลไว หรืออยู่ได้นาน รวมถึงช่วยลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงหลังฉีด ผู้เข้ารับการรักษาต้องดูแลตนเองให้ดีตามคำแนะนำของแพทย์ โดยมีวิธีดูแลตัวเองดังนี้

ขั้นตอนฉีด p-cell
  • งดล้างหน้าประมาณ 4-6 ชั่วโมงหลังทำเสร็จ เพื่อให้ผิวได้ดูดซับตัวยาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • งดทาครีมบำรุงผิวทุกชนิดในช่วงกลางคืนหลังรับบริการเป็นเวลา 1 คืน และหลังจากนั้นสามารถเริ่มทาครีมบำรุงได้ตามปกติได้ในวันถัดไป
  • ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ อย่างน้อย 1.5-2 ลิตร เพราะการดื่มน้ำจะช่วยเติมเต็มเนื้อเยื่อในผิวทำให้ผิวชุ่มชื้นและมีความยืดหยุ่น ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวดูสดชื่น เนียนนุ่ม และกระจ่างใสมากขึ้น
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เนื่องจากแอลกอฮอล์มีฤทธิ์เป็นตัวดูดซับความชื้นจากผิวส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน และอาจจะส่งผลทำให้การออกฤทธิ์ฟื้นฟูผิวของตัวยาลดลงด้วย
  • หากเกิดรอยแดง หรือช้ำ จากรอยเข็มบริเวณที่ฉีด สามารถประคบเย็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์ และอาการเหล่านี้จะหายไปได้เองประมาณ 3-4 ชั่วโมง
  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะในช่วงที่นอนหลับร่างกายจะทำการฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ที่สึกหรอ และจะช่วยให้การผลัดเซลล์ผิวทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • งดออกแดดแรง ๆ เป็นเวลา 48 ชั่วโมง และควรทาครีมกันแดดเป็นประจำอยู่เสมอ
  • ออกกำลังตามความเหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ
  • นวดหน้าเมื่อมีเวลา เพราะการนวดหน้าจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่ใบหน้า ทำให้สารอาหารส่งไปยังเซลล์ผิวได้ดีขึ้น และจะส่งผลทำให้ผิวดูสดใสเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบ 5 หมู่

ทั้งนี้ ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงความงามจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล และหากมีอาการผิดปกติอื่น ๆ หลังรับบริการ เช่น มีอาการแพ้ หรืออักเสบ ควรกลับมาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

การฉีด p cell อสุจิจากปลาแซลมอน เป็นการแก้ปัญหาผิวด้วยการฟื้นฟูและบำรุงจากภายในสู่ภายนอก โดยตัวยาเป็นสูตรผสมของสารสกัดจากธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อผิวหนัง ทำให้ได้ผลการรักษาที่ดี ทำให้ผิวอิ่มฟู ไม่หยาบกระด้าง หลุมสิวดูตื้นขึ้น ผิวดูเรียบเนียนสุขภาพดี และเพิ่มความอ่อนเยาว์ให้กับผิวหนัง พร้อมช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวจากการเสื่อมสภาพให้แข็งแรงมากขึ้น นอกจากนี้ยังไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานหนัก หรือไม่มีเวลาดูแลตัวเอง แล้วต้องการเห็นผลไวกว่าการทาครีมทั่วไป แต่การเลือกทำการรักษาก็ควรที่จะดูให้มั่นใจก่อนว่าคลินิกมีความน่าเชื่อถือ แพทย์มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญหรือไม่ รวมถึงดูรีวิวจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

1. ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีด p cell

การฉีด Pcell สามารถช่วยในการฟื้นฟูผิวลึกในระดับชั้นหนังแท้ จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้

  • ผู้ที่มีสีผิวหมองคล้ำ ผิวแห้งกร้าน และขาดความชุ่มชื้น
  • ผู้ที่ต้องการให้ผิวดูสุขภาพดี มีออร่า และเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ
  •  ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาหลุมสิวให้ตื้นขึ้น ลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า รอยแดงจากสิว และริ้วรอยต่าง ๆ ให้แลดูจางลง
  • ผู้ที่ต้องการลดขนาดรูขุมขน ทำให้ผิวดูกระชับและเต่งตึงขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการให้การแต่งหน้าติดผิวดีมากขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการซ่อมแซมเซลล์ผิวและเต็มสารอาหารให้กับผิว เพื่อฟื้นบำรุงผิวได้อย่างยั่งยืน
  •  ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ผิวกระจ่างใสแบบเร่งด่วน
  • ผู้ที่ต้องการปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ มลภาวะ และรังสี UV จากแสงแดด

2. Pcell อันตรายหรือไม่ ?

สำหรับการรักษาด้วย p cell เป็นการทำหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง และเป็นกระบวนการที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก ผู้ที่รับการรักษาด้วยตัวยาแท้จะไม่เป็นอันตราย ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย และไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรงใด ๆ เนื่องจากส่วนผสมหลักจาก DNA ปลาแซลมอน จะคล้ายคลึงกับส่วนประกอบที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของมนุษย์ ซึ่งจะสามารถเข้ากันได้ดีกับเซลล์ของมนุษย์ด้วย และการใช้ HA ที่บริสุทธิ์จะยิ่งทำให้ตัวยามีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นนวัตกรรมนี้จึงได้ผลที่ค่อนข้างดีและมีความปลอดภัยสูง

แต่ในส่วนที่ต้องระวัง คือ การฉีดด้วยตัวยาของปลอม ที่ไม่ผ่าน อย. อาจจะทำให้ผิวหนังเกิดอาการแพ้ ผิวอักเสบและบวมแดง ดังนั้น ผู้รับการรักษาจะต้องเลือกฉีดกับคลินิกที่น่าเชื่อถือ แพทย์มีความชำนาญ เพื่อให้มีความมั่นใจทุกครั้งก่อนทำการรักษา

2. อายุเท่าไหร่ถึงสามารถฉีด p cell ได้ ?

Pcell สามารถฉีดให้กับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งแต่ละช่วงวัยก็จะมีปัญหาผิวที่แตกต่างกันออกไป โดยการรักษาด้วยหัตถการนี้จะช่วยแก้ปัญหาตามสภาพผิวของแต่ละช่วงอายุ ดังนี้

  • อายุ 18 ปีขึ้นไป จะฉีดเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวหนัง เพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยลดเลือนริ้วรอยจากสิว
  • อายุ 20-30 ปีขึ้นไป จะทำการฉีดเพื่อช่วยลดอัตราการเกิดสิว กระชับรูขุมขนและหลุมสิวให้ตื้นขึ้น พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นและปรับสภาพผิวให้กลับมาแข็งแรง
  • อายุ 40-50 ปีขึ้นไป เป็นการฉีดเพื่อช่วยยกกระชับผิวให้เต่งตึง ปรับสภาพผิวที่อ่อนแอและถูกทำลายให้แข็งแรง พร้อมช่วยต่อต้านริ้วรอยแห่งวัยให้ดีขึ้น

3. หลังฉีด p cell สามารถแต่งหน้าได้ไหม ?

หลังทำการรักษามาแล้ว แนะนำให้งดแต่งหน้าและงดทาครีมบำรุงบริเวณรอยเข็ม 1 คืน เพื่อให้ตัวยาได้ทำการออกฤทธิ์อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเพื่อป้องกันการติดเชื้อบริเวณรอยเข็ม ซึ่งหลังจากนั้นสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องหยุดงาน และไม่ต้องพักฟื้น

4. ผู้ที่ไม่ควรฉีด p cell มีใครบ้าง ?

  • สตรีมีครรภ์
  • สตรีที่อยู่ในระหว่างให้นมบุตร
  • อายุน้อยกว่า 18 ปี
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  •  คนที่เคยมีประวัติการแพ้สารประกอบในผลิตภัณฑ์
  • ผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด หรือยาโรคหัวใจ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการรักษา
ปรึกษาหมอฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
สแกน QR Code หรือแอดไลน์ Official @aacthailand (มีแอดด้านหน้า)
ปรึกษาหมอฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
สแกน QR Code หรือแอดไลน์ Official @aacthailand (มีแอดด้านหน้า)
เลเซอร์ขน หน้าใส ลดผมร่วง