Home » ฉีด โบริ้วรอย แล้วตาตก เกิดจากอะไร ? อัยตรายไหม ?
last update :

ฉีด โบลดริ้วรอย แล้วตาตก เกิดจากอะไร ? อัยตรายไหม ?

ริ้วรอยหน้าผาก เป็นสัญญาณแห่งวัยที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ทำให้ใบหน้าดูดุ ดูแก่กว่าวัย และเหนื่อยล้าตลอดเวลา ทำให้การ ฉีด โบริ้วรอย บริเวณนี้กลายเป็นหัตถการยอดนิยมอันดับต้น ๆ ในคลินิกเสริมความงาม อย่างไรก็ตาม มีความเชื่อที่ทำให้หลายคนลังเลและกังวลอย่างหนัก นั่นคือ “ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วตาจะตกจริงไหม?” บทความนี้จะไขข้อข้องใจทั้งหมดที่คุณกังวล เพื่อให้คุณเข้าใจกลไก สาเหตุที่แท้จริงของอาการตาตก และที่สำคัญที่สุดคือ วิธีเลือกแพทย์และคลินิก ที่จะทำให้คุณได้หน้าผากที่เรียบตึง สดใส โดยไม่ต้องเสี่ยงกับผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

เลือกอ่านหัวข้อในบทความ

โบท็อกซ์ทำงานอย่างไร ?

โบท็อกซ์ (Botulinum toxin) เป็นสารที่ออกฤทธิ์ “คลายการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราว” เมื่อฉีดเข้าสู่กล้ามเนื้อบริเวณที่มีรอยย่น จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นหยุดเกร็ง ผิวจึงดูเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยลดลง กล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากมีชื่อว่า Frontalis muscle เป็นกล้ามเนื้อที่ใช้ “ยกคิ้ว” หรือ “ยกตา” ขึ้น ถ้าแพทย์ฉีดโบท็อกซ์ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง หรือใช้ปริมาณยาที่มากเกินไป อาจทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้น้อยลงจน “คิ้วตก–ตาดูปิด” ได้จริง

อาการข้างเคียงที่พบบ่อย หลังฉีด โบริ้วรอย

อาการ ตาตก (Ptosis) หรือ คิ้วตก (Eyebrow Ptosis) เป็นผลข้างเคียงที่เกิดจากความผิดพลาดของ เทคนิคการฉีด และ การคำนวณปริมาณยา ของแพทย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อสำคัญ 2 ส่วน

ฉีดโบท็อกลดริ้วรอย

1. คิ้วตก (Eyebrow Ptosis)

กล้ามเนื้อหลักที่เราฉีดเพื่อลดริ้วรอยหน้าผากคือ กล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis Muscle) กล้ามเนื้อนี้มีหน้าที่ในการ เลิกคิ้ว และ ยกคิ้ว ขึ้น เพื่อช่วยเปิดดวงตา
กลไกความผิดพลาด : หากแพทย์ฉีดโบท็อกซ์ใน ปริมาณที่มากเกินไป หรือฉีดใน ตำแหน่งที่ต่ำเกินไป (ใกล้คิ้วมากเกินไป) โบท็อกซ์จะทำให้กล้ามเนื้อหน้าผากส่วนที่ทำหน้าที่ยกคิ้วอ่อนแรงมากเกินไป
ผลลัพธ์ : เมื่อกล้ามเนื้อหน้าผากทำงานไม่ได้ คิ้วก็จะ ตกลงมาทับบริเวณเปลือกตา ทำให้คุณรู้สึกว่าหนังตาหนักอึ้ง ชั้นตาแคบลง ดวงตาดูเล็กลง หรือเหมือนคนเหนื่อยล้าตลอดเวลา (อาการนี้จึงมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็น “ตาตก”)

2. หนังตาตก (Eyelid Ptosis)

นี่คืออาการตาตกที่แท้จริง แต่พบได้น้อยกว่ามาก
กลไกความผิดพลาด : โบท็อกซ์กระจายตัวไปโดนกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ ยกเปลือกตาบนโดยตรง (Levator Palpebrae Superioris muscle) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกกว่าและบอบบาง
สาเหตุการฉีดผิดตำแหน่ง : แพทย์ฉีดผิดพลาด หรือฉีดใกล้กล้ามเนื้อยกเปลือกตามากเกินไป
การดูแลตัวเองผิดวิธี : การนวด คลึง หรือกดแรง ๆ บริเวณหน้าผากหลังฉีดทันที ทำให้ตัวยา ไหลกระจาย ไปยังกล้ามเนื้อที่ไม่ต้องการ

ทำไมบางคนฉีด โบริ้วรอย แล้ว “ตาตก” ?

อาการ ตาตกหลังฉีดโบท็อกซ์ เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • ฉีดตำแหน่งต่ำเกินไป หากแพทย์ฉีดใกล้แนวคิ้วมากเกินไป ยาจะกระจายไปยังกระเปาะกล้ามเนื้อรอบดวงตา (Orbicularis oculi) ทำให้คิ้วและตาหย่อน
  • ใช้ปริมาณยามากเกินจำเป็น การใช้โบท็อกซ์มากไปจะทำให้กล้ามเนื้อหยุดทำงานเกินขอบเขต ส่งผลให้ขยับคิ้วหรือตาได้ยาก
  • โครงสร้างใบหน้าแต่ละคนแตกต่างกัน คนที่มีคิ้วตกอยู่แล้ว หรือหนังตาหย่อนตามธรรมชาติ มีโอกาสตาตกหลังฉีดมากกว่าคนทั่วไป
  • ไม่ได้ประเมินกล้ามเนื้อก่อนฉีดอย่างละเอียด หากไม่ได้วิเคราะห์ทิศทางการยกคิ้วและแนวรอยย่นก่อนฉีด อาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่สมดุล

วิธีป้องกัน “ตาตกหลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก”

  1. เลือกฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโบท็อกซ์โดยเฉพาะ เพราะแพทย์จะรู้ตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่ควรฉีด ปริมาณที่เหมาะสม และเทคนิคการกระจายตัวยา
  2. ไม่ควรฉีดโบท็อกซ์เฉพาะหน้าผากอย่างเดียว โดยทั่วไป แพทย์มักฉีดโบท็อกซ์บริเวณ “หว่างคิ้ว” ร่วมด้วย เพื่อให้การคลายกล้ามเนื้อสมดุลและลดความเสี่ยงตาตก
  3. หลีกเลี่ยงการนวดหรือก้มศีรษะต่ำหลังฉีด 4 ชม. เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาไหลไปยังกล้ามเนื้อรอบดวงตา
  4. แจ้งแพทย์หากเคยมีอาการตาตกมาก่อน เพราะแพทย์จะปรับตำแหน่งและเทคนิคให้เหมาะกับใบหน้าแต่ละคน

ถ้าฉีดแล้ว “ตาตก” ไปแล้ว แก้ได้ไหม ?

อาการตาตกจากโบท็อกซ์ เป็นเพียงชั่วคราว ค่ะ โดยทั่วไปจะดีขึ้นภายใน 2–3 สัปดาห์ และกลับมาเป็นปกติในประมาณ 2–3 เดือน ในบางกรณีแพทย์อาจใช้ “ยาหยอดตากระตุ้นกล้ามเนื้อตา” ช่วยให้ตาดูเปิดขึ้นชั่วคราวได้

โบกราม + ริ้วรอย

3 สิ่งที่ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

เพื่อป้องกันการกระจายตัวของยาไปกล้ามเนื้อที่ไม่ต้องการ

  • งดนอนราบ หรือก้มหน้า เป็นเวลา 3-4 ชั่วโมงหลังฉีด
  • ห้ามนวด คลึง หรือกดแรง ๆ บริเวณที่ฉีดโดยเด็ดขาดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น การทำซาวน่า อบไอน้ำ เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์

คำแนะนำสำหรับคนที่อยากเริ่มฉีดโบท็อกซ์อย่างปลอดภัย

ดังนั้น “ฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยหน้าผากแล้วตาตก” ไม่ใช่เรื่องปกติ แต่เกิดจากเทคนิคการฉีดที่ไม่เหมาะสม หรือประเมินกล้ามเนื้อผิดตำแหน่งเท่านั้น หากเลือกฉีดกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ตัวยาแท้ และแพทย์มีประสบการณ์สูง ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยให้หน้าผากเรียบเนียน หน้าดูสดใส อ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ที่คลินิกความงามอย่าง AAC All About Clinic (หรือคลินิกคุณภาพที่มีแพทย์เฉพาะทาง) แพทย์จะทำการประเมินโครงสร้างกล้ามเนื้อใบหน้าแบบละเอียด และเลือกตัวยาให้เหมาะกับปัญหาเฉพาะบุคคล เช่น

  • โบท็อกซ์ลดริ้วรอยหน้าผาก
  • โบท็อกซ์ลดกราม ปรับรูปหน้าเรียว
  • โบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้า ยกคิ้วให้ดูสดใส

หากคุณกำลังลังเลหรือกังวลเรื่อง “ตาตกหลังฉีดโบท็อกซ์” อย่าเพิ่งกลัวค่ะ เพียงเลือกคลินิกที่ไว้ใจได้ มีทีมแพทย์ประสบการณ์สูง คุณก็สามารถมีหน้าผากที่เรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์ และยังคงความเป็นธรรมชาติได้อย่างมั่นใจ