ตรวจเลือดหาสาเหตุผมร่วง พร้อมปรึกษาแพทย์ฟรี

ผมร่วงไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร อาจรู้ได้ด้วยโปรแกรมตรวจเลือดหาสาเหตุผมร่วง พร้อมรับคำปรึกษาฟรีจากแพทย์ผู้ชำนาญการ โดยสามารถติดต่อเพื่อรับบริการได้ที่สาขาต่างๆ ดังนี้

ตรวจเลือดหาสาเหตุผมร่วง ราคาเท่าไหร่

โปรแกรมตรวจเลือดหาสาเหตุผมร่วงที่ Dr. PAUL Hair Clinic by AAC มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 5,900 บาท ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ซึ่งผู้รับบริการจะได้รับคำปรึกษาฟรีจากแพทย์ผู้ชำนาญการ

โปรแกรมตรวจเลือดหาสาเหตุผมร่วงผมบาง
ตรวจเลือดหาสาเหตุผมร่วงเป็นหย่อม Alopecia Areata
โปรแกรมตรวจเลือดหาสาเหตุผมร่วง ผู้หญิง FPHL
ตรวจเลือดหาสาเหตุผมร่วง คุณแม่หลังคลอด

ตรวจเลือดหาสาเหตุผมร่วง คืออะไร สำคัญอย่างไร

การตรวจเลือดหาสาเหตุผมร่วง คือการนำเลือดไปตรวจวิเคราะห์เพื่อดูโรคหรือความผิดปกติต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาวะขาดวิตามินดี ภาวะขาดธาตุเหล็ก ภาวะเลือดจาง โรคไทรอยด์ โรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคซิฟิลิส เป็นต้น ทำให้สามารถระบุสาเหตุและแก้ปัญหาผมร่วงได้อย่างตรงจุด

ภาวะผมร่วงนั้นยิ่งรู้สาเหตุและยิ่งรักษาเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะวิธีรักษาหลายๆ วิธีจะอาศัยการปกป้องหรือฟื้นฟูเซลล์รากผมเป็นสำคัญ หากเริ่มรักษาล่าช้าจนสูญเสียเซลล์รากผมไปมากแล้ว ก็อาจทำให้รักษาได้ยากหรือเห็นผลลัพธ์ได้จำกัดมากขึ้น

ตรวจเลือดหาสาเหตุผมร่วง เหมาะกับใครบ้าง

การตรวจเลือดหาสาเหตุผมร่วง ทั่วไปแล้วเหมาะกับผู้ที่เข้าเกณฑ์ดังนี้

  • มีผมร่วงมากกว่าปกติ (คนเราจะมีผมร่วงเฉลี่ย 50-100 เส้นต่อวันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งถ้ารู้สึกว่ามีผมร่วงมากกว่าปกติชัดเจน หรือผ่านการทดสอบดึงผมโดยผู้เชี่ยวชาญ แล้วมีผมหลุดติดมือมากกว่า 10% ก็สามารถพิจารณาเข้ารับการตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุได้)
  • มีผมร่วงเป็นหย่อม
  • มีผมบางลงกว่าปกติ
  • มีแสกผมกว้างขึ้นหรือมีแนวผมด้านหน้าถอยร่น
  • เคยรักษาผมร่วง ผมบาง แล้วไม่เห็นผล

ตรวจเลือดหาสาเหตุผมร่วง ตรวจอะไรบ้าง

การตรวจเลือดหาสาเหตุผมร่วง อาจประกอบไปด้วยรายการตรวจต่างๆ เหล่านี้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

  • ตรวจภาวะเลือดจาง ภาวะเลือดจางคือการที่ร่างกายมีเม็ดเลือดแดงที่มีสภาพสมบูรณ์ไม่เพียงพอ ซึ่งจะส่งผลให้เซลล์รากผมได้รับออกซิเจนน้อยลงจนอาจเกิดผมร่วง การตรวจภาวะเลือดจางนั้นจะอาศัยการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count, CBC)
  • ตรวจภาวะขาดธาตุเหล็ก เนื่องจากธาตุเหล็กมีความจำเป็นต่อการสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง หากขาดธาตุเหล็กจึงทำให้เซลล์รากผมได้รับออกซิเจนจากเม็ดเลือดแดงน้อยลงจนอาจเกิดผมร่วง
  • ตรวจภาวะขาดวิตามินดี เนื่องจากวิตามินดีมีบทบาทสำคัญต่อการงอกของเส้นผม การขาดวิตามินดีจึงมีผลกระทบทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน
  • ตรวจภาวะขาดวิตามินบี 12 ภาวะขาดวิตามินบี 12 อาจมีผลทำให้ผมร่วง เนื่องด้วยกระบวนการขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์รากผมที่แย่ลง
  • ตรวจภาวะขาดโฟเลต โฟเลตเป็นสารอาหารจำพวกวิตามินที่มีความสำคัญต่อการแบ่งเซลล์รวมถึงการสร้างเคราติน ซึ่งเป็นโครงสร้างที่สำคัญของเส้นผม การขาดโฟเลตจึงอาจทำให้เกิดภาวะผมบางและผมร่วง
  • ตรวจโรคซิฟิลิส เชื้อซิฟิลิสอาจทำให้เกิดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้เซลล์รากผมอักเสบและเกิดความเสียหาย จนนำไปสู่ภาวะผมร่วง
  • ตรวจฮอร์โมนเพศ การมีระดับค่าฮอร์โมนเพศบางชนิดในเลือดสูงผิดปกติ เช่น Total Testosterone, Free Testosterone และ DHEA-S อาจมีส่วนทำให้เกิดผมร่วงได้เช่นกัน ซึ่งจะนิยมตรวจในผู้หญิง เพราะมีความสำคัญต่อการวินิจฉัยสาเหตุ
  • ตรวจฮอร์โมน LH และ FSH ระดับฮอร์โมน Luteinizing Hormone (LH) และ Follicle-Stimulating Hormone (FSH) มักมีค่าสูงในผู้หญิงที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome, PCOS) หรืออยู่ในวัยหมดประจำเดือน ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดผมร่วงและผมบางได้ทั้งสิ้น
  • ตรวจฮอร์โมน 17-OH Progesterone การมีระดับฮอร์โมน 17-OH Progesterone ในเลือดสูงเป็นตัวบ่งชี้ถึงภาวะต่อมหมวกไตเจริญผิดปกติแต่กำเนิด (Congenital Adrenal Hyperplasia, CAH) ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดผมร่วง ค่าระดับฮอร์โมน 17-OH Progesterone ในเลือดนั้นจึงมีความสำคัญต่อการวินิจฉัยสาเหตุผมร่วงสำหรับผู้หญิงในบางกรณี
  • ตรวจโรคไทรอยด์ ฮอร์โมนไทรอยด์ไม่ว่าจะมีมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ก็สามารถทำให้เกิดผมร่วงได้ทั้งสิ้น
  • ตรวจภาวะภูมิคุ้มกันทำลายเอนไซม์ในต่อมไทรอยด์ คือการตรวจ Thyroid Peroxidase Antibodies (Anti-TPO) เพื่อดูว่าร่างกายมีภาวะภูมิคุ้มกันทำลายเอนไซม์ TPO ซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์หรือไม่
  • ตรวจโรคแพ้ภูมิตัวเอง หากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติและหันมาโจมตีเซลล์รากผมและหนังศีรษะก็อาจทำให้เกิดภาวะผมร่วงได้เช่นกัน

Dr. PAUL Hair Clinic by AAC คลินิกปลูกผม ดูแลเส้นผม โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

Dr. PAUL Hair Clinic by AAC เป็นคลินิกปลูกผม ดูแลเส้นผม ศัลยกรรม ดูแลผิวพรรณ โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ ปัจจุบันมีสาขาครอบคลุมหลายจังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ขอนแก่น อุดรธานี โคราช และอุบลราชธานี

ที่ผ่านมา Dr. PAUL Hair Clinic by AAC ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการจำนวนมาก รวมถึงบรรดาดาราและคนดัง ให้เป็นผู้เคียงข้างดูแลสุขภาพเส้นผม เนื่องด้วยจุดเด่นในด้านต่างๆ อาทิ

  • ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการปลูกผม Dr. PAUL Hair Clinic by AAC มีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการปลูกผมโดยเฉพาะ ซึ่งล้วนผ่านการฝึกอบรมและสั่งสมประสบการณ์มายาวนาน
  • เทคนิคการปลูกผมที่ทันสมัย มั่นใจด้วยเทคนิคการปลูกที่ทันสมัย ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ แทบไม่เห็นรอยแผลเป็น ฟื้นตัวได้เร็ว มีให้เลือกครอบคลุมหลายเทคนิคทั้ง FUE, DHI, Long Hair, Non-Shaven รวมถึงเทคนิค LEAN ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะที่หมอพอล Dr. PAUL Hair Clinic by AAC ได้พัฒนาขึ้นมา มีจุดเด่นคือช่วยลดอาการบวมช้ำ ลดขนาดแผล และยังช่วยให้สามารถปลูกกราฟต์ผมได้ชิดแน่นมากขึ้น
  • การดูแลแบบองค์รวม ใส่ใจครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการให้คำปรึกษา การวางแผนการรักษา ไปจนถึงการดูแลหลังปลูกผม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืนสูงสุด
  • บริการที่อบอุ่น อุ่นใจได้ด้วยทีมงานที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการรักษา คอยเคียงข้างดูแลคุณในทุกขั้นตอน

หากคุณกำลังประสบปัญหาเรื่องเส้นผม ก็สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์ฟรี Dr. PAUL Hair Clinic by AAC ยินดีให้ข้อมูลและคำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา พร้อมประเมินปัญหาเฉพาะบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ดูเพิ่มเติม : รีวิวปลูกผมที่ Dr. PAUL Hair Clinic by AAC