ปลูกผมคืออะไร มีกี่แบบ ราคาเท่าไหร่ สรุปทุกเรื่องที่ต้องรู้
Home » Service » ปลูกผม

ปลูกผมคืออะไร มีกี่แบบ ราคาเท่าไหร่ สรุปทุกเรื่องที่ต้องรู้

ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน แนวผมไม่ได้สัดส่วน โดยเฉพาะที่เกิดแบบถาวรเช่นในกรณีของกรรมพันธุ์ มีผลบั่นทอนความมั่นใจของหลายๆ คน ซึ่งเทคนิคปลูกผมสมัยใหม่ที่มีข้อดีได้แก่ มีอัตราสำเร็จสูง ทำให้เกิดแผลเล็ก พักฟื้นไว ทั้งยังให้ผลลัพธ์ที่คงทนถาวรและดูเป็นธรรมชาติ ก็ได้กลายมาเป็นแนวทางการรักษาที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปลูกผมคืออะไร

การปลูกผม (Hair Transplantation) คือหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน โดยอาศัยการย้ายเซลล์รากผมที่มีความแข็งแรงจากศีรษะของเราเอง ไปปลูกทดแทนยังบริเวณที่มีปัญหา ส่วนใหญ่จะใช้เส้นผมจากบริเวณท้ายทอย เพราะมีความทนต่อฮอร์โมน DHT ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผมบางหรือผมร่วง จึงทำให้ได้ผลลัพธ์ที่คงทนถาวร

ปลูกผมดีไหม ขึ้นจริงหรือไม่

การปลูกผมถือเป็นวิธีรักษาภาวะผมบางและศีรษะล้านที่มีอัตราสำเร็จสูงถึงกว่า 90% (เมื่อใช้เทคนิคสมัยใหม่และปลูกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยวัดจากอัตราการรอดชีวิตของกราฟต์ผม) นับว่าสูงกว่าวิธีรักษาอื่นๆ เช่น การใช้ยา การใช้เลเซอร์พลังงานต่ำ หรือการฉีดพลาสมาเกล็ดเลือดเข้มข้น ซึ่งส่วนใหญ่มีอัตราสำเร็จอยู่ในช่วง 10-80% และมักให้ผลจำกัดในผู้ที่มีภาวะผมร่วงหรือผมบางรุนแรง

นอกจากนี้แล้ว การปลูกผมก็ยังมีข้อดีสำคัญคือให้ผลลัพธ์ที่คงทนถาวรและดูเป็นธรรมชาติ เนื่องจากใช้เส้นผมจากตัวผู้รับหัตถการเอง และมักใช้กราฟต์ผมจากบริเวณท้ายทอย ที่ทนต่อฮอร์โมน DHT ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผมบางและผมร่วง

ในแง่ความนิยม ข้อมูลจากสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ (International Society of Hair Restoration Surgery, ISHRS) ระบุว่า จำนวนผู้เข้ารับการปลูกผมต่อปีจากแพทย์ที่เป็นสมาชิกของสมาคมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแทบทุกปี โดยในปี 2021 มีผู้รับการปลูกผมทั่วโลกประมาณ 628,604 คน คิดเป็นราว 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2010 ซึ่งมีจำนวนผู้รับการปลูกผมอยู่ที่ประมาณ 251,208 คน

ความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากเทคนิคการปลูกผมสมัยใหม่ที่มีอัตราสำเร็จสูงขึ้น ทำให้เกิดแผลเล็กลง ทั้งยังมีเทคนิค Non-Shaven และ Long Hair ที่ช่วยให้ไม่ต้องโกนผม ทำให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้อย่างแนบเนียนและรวดเร็วยิ่งขึ้น

การปลูกผมมีกี่แบบ อะไรบ้าง

การปลูกผมที่ AAC HAIR Clinic จะมีอยู่ด้วยกัน 5 เทคนิค ได้แก่

1. เทคนิคปลูกผม FUE

การปลูกผมเทคนิค Follicular Unit Extraction (FUE) จะใช้วิธีเจาะนำเอาเซลล์รากผมออกมาทีละกราฟต์ ทำให้เกิดแผลเล็กกว่าและพักฟื้นได้ไวกว่าเมื่อเทียบกับเทคนิคเก่าๆ อย่าง FUT ที่อาศัยการตัดหนังศีรษะจากบริเวณท้ายทอยเป็นแนวยาวเพื่อนำกราฟต์ผมออกมา

ซึ่งกราฟต์ผมที่ถูกเจาะออกมาก็จะถูกแช่น้ำยาเพื่อรักษาคุณภาพไว้ จากนั้นแพทย์จะเริ่มเจาะรูและปลูกเซลล์รากผมลงไปจนครบโดยใช้ Forceps

การปลูกผมเทคนิค FUE แพทย์จะฉีดยาชา และอาจให้ยาระงับประสาทแบบอ่อนๆ ตามความเหมาะสมในขั้นตอนการเตรียม เพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บหรือกังวล และยังมีการฉีดน้ำเกลือที่มีส่วนผสมของยาชาและเอพิเนฟรินให้หนังศีรษะขยายตัวชั่วคราว เพื่อลดอาการเลือดออก และช่วยให้ปลูกผมได้แม่นยำยิ่งขึ้น

รีวิวปลูกผมถาวรเทคนิค FUE ที่ AAC HAIR Clinic

2. เทคนิคปลูกผม DHI

เทคนิคปลูกผม Direct Hair Implantation (DHI) เป็นเทคนิคที่พัฒนาต่อยอดมาจากเทคนิค FUE โดยอาศัยการเจาะนำเอาเซลล์รากผมออกมาทีละกราฟต์เหมือนกัน

แต่ต่างกันตรงที่เทคนิค DHI จะใช้เครื่องมือนำปลูกเฉพาะที่เรียกว่า DHI Implanter หรือ Choi Implanter Pen ซึ่งมีข้อดีคือสามารถเจาะและปลูกได้ในเครื่องมือเดียว ทำให้ไม่ต้องมีขั้นตอนของการเจาะเตรียมบริเวณพื้นที่ปลูก ทั้งยังช่วยให้ควบคุมทิศทาง มุม และความลึกของการปลูกผมได้แม่นยำขึ้น ด้วยข้อดีนี่เอง เทคนิคปลูกผม DHI จึงมักให้แผลเล็กกว่าเทคนิค FUE ทำให้พักฟื้นได้ไวกว่า

รีวิวปลูกผมเทคนิค DHI ที่ AAC HAIR ในผู้ชาย

3. เทคนิคปลูกผม LEAN

เทคนิคปลูกผม LEAN เป็นเทคนิคเฉพาะที่หมอพอล AAC HAIR Clinic ได้พัฒนาต่อยอดมาจากเทคนิค DHI โดยมีการเพิ่มขั้นตอนของการตัดแต่งเนื้อเยื่อไขมันกราฟต์ผม และใช้เครื่องมือนำปลูกเฉพาะ ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ปลูก ทั้งยังมีหัวเจาะขนาดเล็กมาก จึงทำให้เกิดแผลเล็กลง บวมช้ำน้อยลง พักฟื้นไวขึ้น และยังสามารถปลูกผมได้ชิดแน่นกว่าเทคนิคอื่นๆ

4. เทคนิคปลูกผม Non-Shaven

เทคนิคปลูกผม Non-Shaven เป็นเทคนิคเสริมที่ช่วยให้ไม่ต้องโกนผมด้านหลัง แต่จะอาศัยการตัดเล็มแบบกระจายพื้นที่แทน ทำให้ผมด้านหลังดูแล้วมีลักษณะคล้ายเดิม ส่วนผมที่นำมาปลูกจะมีลักษณะเป็นกราฟต์สั้นๆ ซึ่งที่ AAC HAIR Clinic ก็จะใช้เทคนิค Non-Shaven เสริมกับเทคนิค LEAN เรียกรวมกันว่า LEAN Non-Shaven ทำให้มีข้อดีทั้งเกิดแผลเล็ก บวมช้ำน้อย พักฟื้นไว ปลูกผมได้ชิดแน่น และไม่ต้องโกนผมด้านหลัง

รีวิวปลูกผมเทคนิค LEAN Non-Shaven ปลูกผมสั้นโดยไม่ต้องโกน

5. เทคนิคปลูกผม Long Hair

เทคนิคปลูกผม Long Hair เป็นเทคนิคเสริมที่ช่วยให้ไม่ต้องโกนผมด้านหลังเช่นกัน แต่จะอาศัยการเจาะเก็บกราฟต์ผมที่ความยาวตามเดิม โดยอาจตัดแต่งให้มีความยาวใกล้เคียงกับบริเวณที่ปลูก ซึ่งที่ AAC HAIR Clinic ก็จะใช้เทคนิค Long Hair เสริมกับเทคนิค LEAN เรียกรวมกันว่า LEAN Long Hair ทำให้มีข้อดีทั้งเกิดแผลเล็ก บวมช้ำน้อย พักฟื้นไว ปลูกผมได้ชิดแน่น ไม่ต้องโกนผมด้านหลัง และหลังปลูกเห็นผมยาวทันที ทำให้ดูแทบไม่รู้ว่าปลูกผมมา

รีวิวปลูกผมเทคนิค LEAN Long Hair ปลูกผมยาวโดยไม่ต้องโกน

ตารางเปรียบเทียบเทคนิคปลูกผม

เทคนิคปลูกผมต่างๆ ที่ AAC HAIR Clinic สามารถสรุปรายละเอียดเป็นตารางได้ดังนี้

เทคนิคปลูกผมวิธีการข้อดีเหมาะกับใคร
FUEเจาะเก็บเซลล์รากผมทีละกราฟต์ ต้องโกนผมด้านหลัง ต้องเจาะเตรียมพื้นที่ปลูก ใช้ Forceps ในการปลูกผมเกิดแผลเล็กกว่าเทคนิคเก่าๆ อย่าง FUTผู้ที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน แนวผมถอยร่น ที่ต้องการงานมาตรฐาน ผลลัพธ์คุ้มค่า
DHIเจาะเก็บเซลล์รากผมทีละกราฟต์ ต้องโกนผมด้านหลัง ใช้เครื่องมือนำปลูก DHI Implanter ซึ่งทั้งเจาะและปลูกได้ในเครื่องมือเดียวไม่ต้องเจาะเตรียมพื้นที่ปลูก ควบคุมทิศทาง ความลึก และมุมของการปลูกผมได้แม่นยำขึ้นผู้ที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน แนวผมถอยร่น โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าหรือกลางศีรษะ และต้องการงานปลูกที่เน้นไรผม ซึ่งต้องอาศัยความละเอียดและความแม่นยำในผลลัพธ์
LEANเจาะเก็บเซลล์รากผมทีละกราฟต์ ต้องโกนผมด้านหลัง มีการตัดแต่งเนื้อเยื่อไขมันกราฟต์ผม ใช้เครื่องมือนำปลูกเฉพาะที่เหมาะกับแต่ละพื้นที่ปลูกเกิดแผลเล็กกว่าเทคนิคอื่นๆ บวมช้ำน้อย พักฟื้นไว ปลูกผมได้ชิดแน่นยิ่งขึ้น ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติสูงสุดผู้ที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน แนวผมถอยร่น ที่ต้องการความหนาแน่นสูง ใช้กราฟต์ผมเยอะ ให้แนวผมเป็นธรรมชาติสูงสุด รวมถึงต้องการเวลาพักฟื้นและอาการข้างเคียงน้อยลงจากเทคนิคอื่นๆ
LEAN Non-Shavenขั้นตอนเหมือนเทคนิค LEAN แต่ไม่ต้องโกนผมด้านหลัง อาศัยการตัดเล็มแบบกระจายพื้นที่แทน กราฟต์ผมที่นำมาปลูกจะมีลักษณะสั้นๆไม่ต้องโกนผมด้านหลัง แต่ผมที่ปลูกมีลักษณะสั้นๆ เกิดแผลเล็ก บวมช้ำน้อย พักฟื้นไว ปลูกผมได้ชิดแน่นผู้ที่ไม่ต้องการโกนผมด้านหลัง หลังปลูกใช้ชีวิตได้อย่างแนบเนียน สังเกตไม่ค่อยเห็นความต่าง
LEAN Long Hairขั้นตอนเหมือนเทคนิค LEAN แต่ไม่ต้องโกนผมด้านหลัง ผมที่นำมาปลูกมีความยาวตามปกติ โดยจะใช้เครื่องเจาะเก็บเซลล์รากผมคุณภาพสูงไม่ต้องโกนผมด้านหลัง หลังปลูกเห็นผมยาวทันที เกิดแผลเล็ก บวมช้ำน้อย พักฟื้นไว ปลูกผมได้ชิดแน่นผู้ที่ไม่ต้องการโกนผมด้านหลังและต้องการเห็นผมยาวทันที สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ดูแทบไม่รู้ว่าปลูกผมมา

ปลูกผมราคาเท่าไหร่

การปลูกผมที่ AAC HAIR Clinic มีรายละเอียดราคาดังนี้

ปลูกผม 1,000 กราฟต์ราคาเท่าไหร่

การปลูกผม 1,000 กราฟต์มีราคาเริ่มต้นอยู่ในช่วง 89,000-300,000 บาท (คิดเป็น 89-300 บาทต่อกราฟต์) เมื่อคิดราคาแบบต่อกราฟต์ ขึ้นกับเทคนิคปลูกผมที่ใช้ แต่หากใช้โปรโมชั่นปลูกผมแบบเหมากราฟต์ ก็จะมีราคาที่ถูกกว่าและคุ้มค่ากว่า โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่เพียง 85,000-280,000 บาท ตามเทคนิคที่ใช้ ไม่ว่าจะปลูกกี่กราฟต์ก็ตาม

ปลูกผม 2,000 กราฟต์ราคาเท่าไหร่

การปลูกผม 2,000 กราฟต์มีราคาเริ่มต้นอยู่ในช่วง 178,000-600,000 บาท (คิดเป็น 89-300 บาทต่อกราฟต์) เมื่อคิดราคาแบบต่อกราฟต์ ขึ้นกับเทคนิคปลูกผมที่ใช้ แต่หากใช้โปรโมชั่นปลูกผมแบบเหมากราฟต์ ก็จะมีราคาที่ถูกกว่าและคุ้มค่ากว่า โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่เพียง 85,000-280,000 บาท ตามเทคนิคที่ใช้ ไม่ว่าจะปลูกกี่กราฟต์ก็ตาม

ปลูกผม 3,000 กราฟต์ราคาเท่าไหร่

การปลูกผม 3,000 กราฟต์มีราคาเริ่มต้นอยู่ในช่วง 267,000-900,000 บาท (คิดเป็น 89-300 บาทต่อกราฟต์) เมื่อคิดราคาแบบต่อกราฟต์ ขึ้นกับเทคนิคปลูกผมที่ใช้ แต่หากใช้โปรโมชั่นปลูกผมแบบเหมากราฟต์ ก็จะมีราคาที่ถูกกว่าและคุ้มค่ากว่า โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่เพียง 85,000-280,000 บาท ตามเทคนิคที่ใช้ ไม่ว่าจะปลูกกี่กราฟต์ก็ตาม

โปรโมชั่นปลูกผมเหมากราฟต์

AAC HAIR Clinic มีทั้งตัวเลือกการคิดราคาแบบต่อกราฟต์และแบบโปรโมชั่นปลูกผมเหมากราฟต์ เพื่อความคุ้มค่าและสบายใจสูงสุด ซึ่งในกรณีส่วนใหญ่ โปรโมชั่นเหมากราฟต์จะนับว่าคุ้มค่ากว่า (นอกจากราคาที่คุ้มค่าแล้ว โปรโมชั่นเหมากราฟต์ก็ยังมาพร้อมของแถมต่างๆ อีกมากมาย)

*ราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบกับทาง Official Channel ต่างๆ หรือทางสาขาอีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม : ปลูกผมเหมากราฟต์ คืออะไร ดีจริงไหม เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย

การปลูกผมในผู้หญิงและผู้ชาย ต่างกันอย่างไร

ผู้หญิงและผู้ชายมีรูปแบบของภาวะผมบางและศีรษะล้านที่ต่างกัน โดยผู้ชายมักพบปัญหาแนวผมด้านหน้าถอยร่น ผมเว้าเป็นรูปตัว M และศีรษะล้านตรงกลาง แต่ผู้หญิงมักพบภาวะผมบางและศีรษะล้านที่รอยแสกบริเวณกลางศีรษะเป็นหลัก มีเพียงส่วนน้อยที่เกิดปัญหาบริเวณแนวผมด้านหน้า ความต่างนี้ทำให้ขอบเขตการปลูกผมของผู้หญิงและผู้ชายที่มีปัญหาผมร่วงจากพันธุกรรมมักไม่เหมือนกัน

อีกจุดต่างสำคัญก็คือรูปแบบของแนวผมด้านหน้า โดยผู้ชายมักมีแนวผมด้านหน้าที่เป็นเหลี่ยมเป็นมุมชัดกว่า ส่วนผู้หญิงมักมีแนวผมด้านหน้าที่โค้งมนและดูนุ่มนวลกว่า ความต่างนี้เป็นสิ่งสำคัญที่แพทย์ผู้ปลูกผมต้องเข้าใจ เพื่อให้สามารถออกแบบแนวผมได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ต้องการปลูกไรผมเพื่อปรับกรอบหน้า

นอกจากนี้แล้ว ในแง่ของเทคนิคปลูกผม ผู้หญิงก็มักนิยมเลือกเทคนิคที่ไม่ต้องโกนผมด้านหลังมากกว่าผู้ชาย (ได้แก่ Non-Shaven และ Long Hair) ซึ่งก็เกิดจากความคุ้นชินและความกังวลในด้านทรงผมและภาพลักษณ์นั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม : แชร์ประสบการณ์ ปลูกผมผู้หญิง ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึง 1 ปี เป็นยังไงบ้าง

รีวิวปลูกผมในผู้หญิงที่ 14 วัน 6 เดือน และ 16 เดือน

ขั้นตอนการปลูกผม

ขั้นตอนการปลูกผมจะต่างกันไปบ้างสำหรับแต่ละเทคนิค แต่หลักๆ แล้วมีรายละเอียดดังนี้

  1. ปรึกษาและวางแผน เริ่มที่แพทย์ให้คำปรึกษา ประเมินเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด ประเมินความเหมาะสมของการปลูกผม กำหนดเป้าหมายการรักษา ตลอดจนประเมินจำนวนกราฟต์ผมที่ใช้และออกแบบแนวผม
  2. เตรียมก่อนปลูกผม ในวันปลูกผม แพทย์จะวาดแนวผม โกนผมด้านหลัง (ยกเว้นเทคนิค Non-Shaven และ Long Hair) ฉีดยาชาเฉพาะจุด และอาจพิจารณาให้ยาระงับประสาทแบบอ่อนๆ ในบางคนที่มีความกังวลสูง
  3. เจาะเก็บกราฟต์ผม แพทย์จะใช้หัวเจาะขนาดเล็กในการเจาะเก็บกราฟต์ผมทีละกราฟต์ โดยเน้นเก็บแบบกระจายพื้นที่เพื่อไม่ให้ผมด้านหลังดูบาง
  4. เตรียมกราฟต์ผม กราฟต์ผมที่ถูกเจาะออกมาจะถูกแช่น้ำยาเพื่อรักษาคุณภาพ จากนั้นก็จะถูกคัดเลือกเพื่อนำมาใช้ปลูกผม ในขั้นตอนนี้บางเทคนิคอาจมีการตัดแต่งเนื้อเยื่อไขมันกราฟต์ผมเพิ่มเติมด้วย
  5. ปลูกกราฟต์ผม กราฟต์ผมที่มีสภาพสมบูรณ์จะถูกนำมาปลูกในบริเวณที่ถูกเตรียมไว้ (หากเป็นเทคนิค FUE ก็จะต้องมีการเจาะเตรียมบริเวณที่จะปลูกผมให้เรียบร้อยก่อน) โดยใช้อุปกรณ์ที่ต่างกันตามแต่ละเทคนิค เช่น หากเป็นเทคนิค FUE จะใช้ Forceps แต่ถ้าเป็นเทคนิค DHI ก็จะใช้ DHI Implanter เป็นต้น
  6. ดูแลหลังปลูกผม เมื่อปลูกผมเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะดูแลแผล ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว และจ่ายยาพร้อมอุปกรณ์จำเป็นอื่นๆ หลังจากนั้นก็จะมีการนัดติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

หลังปลูกผม ผู้รับบริการสามารถเข้ามารับการทำแผล สระผม และเคลียร์สะเก็ดที่ AAC HAIR Clinic ได้ตามระยะเวลาที่แพทย์และเจ้าหน้าที่แนะนำ

การเตรียมตัวก่อนปลูกผม

เพื่อให้การปลูกผมได้ผลดีและปลอดภัย ผู้รับการปลูกผมก็ควรเตรียมตัวดังนี้

  • งดยาต้านการแข็งตัวของเลือด 72-96 ชั่วโมงก่อนปลูกผม โดยต้องผ่านการปรึกษาและได้รับอนุญาตจากแพทย์เจ้าของไข้ก่อน
  • งดยาต้านอักเสบ 1 สัปดาห์ก่อนปลูกผม เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค เพราะอาจทำให้เลือดแข็งตัวช้า
  • งดอาหารเสริมที่มีผลรบกวนการแข็งตัวของเลือด 1 สัปดาห์ก่อนปลูกผม เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา กระเทียม ขมิ้นชัน ใบแปะก๊วย โสม เป็นต้น
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนปลูกผม เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ เพราะอาจมีผลรบกวนการแข็งตัวของเลือด
  • งดบุหรี่ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนปลูกผม รวมถึงเลี่ยงควันบุหรี่ที่สูบโดยผู้อื่น เพราะมีผลรบกวนการไหลเวียนของเลือด ทำให้ออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์รากผมได้ไม่ดี
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งผม 24 ชั่วโมงก่อนปลูกผม เช่น แว็กซ์ เจล สเปรย์ฉีดผม เป็นต้น เพราะมีผลรบกวนการปลูกผม
  • งดย้อมสีผม อย่างน้อย 4 วันก่อนปลูกผม เพราะเอื้อให้เกิดการระคายเคือง และอาจทำให้มองและวิเคราะห์กราฟต์ผมได้ยากขึ้น
  • ตัดผมให้เรียบร้อย หากต้องการตัดผม ควรทำให้เรียบร้อยก่อนปลูกผม 1-2 วัน
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ช่วงวันก่อนปลูกผมควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและพักฟื้นได้ดี
  • งดเครื่องดื่มคาเฟอีน 1-2 วันก่อนปลูกผม เช่น กาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความดันและฤทธิ์ของยาชา
  • รับประทานอาหารให้เรียบร้อย ควรรับประทานอาหารให้เรียบร้อยก่อนปลูกผม หากแพทย์ไม่ได้ระบุให้งด
  • สวมเสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมหน้า ในวันปลูกผมควรสวมเสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมหน้า เพื่อให้ง่ายต่อการถอดหรือสวมใส่โดยไม่กระทบกับศีรษะและเส้นผม

อ่านเพิ่มเติม : 6 วิธีเตรียมตัวให้พร้อมก่อนปลูกผม พร้อมวิธีดูแลฉบับผมหนา ดกดำ

ข้อปฏิบัติหลังปลูกผม

การปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมหลังปลูกผม จะช่วยเอื้อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี และอาจช่วยป้องกันหรือบรรเทาอาการผิดปกติต่างๆ ได้

  • รับประทานยาตามที่แพทย์จ่าย หลังปลูกผมแพทย์อาจจ่ายยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ และยาปลูกผม ตามแต่กรณี ซึ่งก็ควรรับประทานตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด
  • ปรับท่านอนให้เหมาะสม งดนอนคว่ำหรือนอนตะแคง ให้นอนหงายโดยใช้หมอนรองคอรูปตัว U หรือหมอนเป่าลมทรงโดนัท เพื่อป้องกันไม่ให้บริเวณที่ปลูกผมสัมผัสกับหมอนหรือพื้นผิวโดยตรง การใช้หมอนรองลักษณะนี้จะช่วยยกศีรษะให้สูงขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยลดอาการบวมได้ การนอนในท่านี้ควรปฏิบัติต่อเนื่องอย่างน้อย 7–10 วันแรก หรือเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์
  • เลี่ยงการสัมผัส ห้ามสัมผัสหรือแกะเกาบริเวณที่ปลูกผม และควรระมัดระวังไม่ให้ศีรษะสัมผัสหรือกระแทกกับสิ่งของต่างๆ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อกราฟต์ผมและเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้
  • งดออกกำลังกาย งดออกกำลังกายและกิจกรรมที่ต้องใช้แรงเยอะเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังปลูกผม เพราะอาจกระทบกราฟต์ผมที่ยังไม่ฟื้นตัวดี และอาจทำให้เสี่ยงติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากเหงื่ออับ
  • เลี่ยงแดด อย่าให้บริเวณที่ปลูกผมสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน เพราะกราฟต์ผมอาจได้รับความเสียหายจากรังสียูวี
  • สระผมอย่างถูกวิธี งดสระผมในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังปลูกผม หลังจากนั้นสามารถสระผมเบาๆ ได้ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวังตามแนวทางที่แพทย์สอน ทั่วไปแล้วจะให้ใช้น้ำเกลือหรือน้ำสะอาดบรรจุขวดสเปรย์ฉีดพ่นเบาๆ และอาจใช้แชมพูสูตรอ่อนๆ ห้ามใช้ฝักบัวหรือก๊อกน้ำซึ่งมีแรงดันสูง ห้ามถูหรือขยี้ผมและหนังศีรษะ ควรให้น้ำเพียงแค่ไหลผ่านบริเวณที่ปลูกผม แล้วซับเบาๆ ให้แห้งด้วยผ้าขนหนูที่นุ่มและสะอาด
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ โดยควรงดอย่างน้อยใน 1-2 สัปดาห์แรก เพราะแอลกอฮอล์ทำให้เลือดแข็งตัวแย่ลง จึงมีผลเสียต่ออาการบวม และอาจทำให้เสี่ยงมีเลือดออกมากขึ้น นอกจากนี้แล้ว แอลกอฮอล์ก็ยังอาจมีผลเสียต่อระบบภูมิคุ้มกันและการฟื้นฟูของแผลอีกด้วย
  • งดสูบบุหรี่ ควรหลีกเลี่ยงอย่างน้อยใน 2-4 สัปดาห์แรก เพราะบุหรี่มีสารที่รบกวนการไหลเวียนของเลือด ทำให้เซลล์รากผมได้รับออกซิเจนและสารอาหารน้อยลง และทำให้แผลหายช้าลง ทั้งนี้ แม้ในกรณีของบุหรี่มือสอง (ได้รับควันบุหรี่ที่สูบโดยผู้อื่น) ก็อาจก่อให้เกิดผลเสียนี้ได้ ทางที่ดีจึงควรหลีกเลี่ยงด้วยเช่นกัน
  • รับประทานอาหารให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงาน โปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี วิตามินซี ไบโอติน ตลอดจนสารอาหารสำคัญอื่นๆ อย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการฟื้นฟูของแผลและกราฟต์ผม
  • หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนและสารเคมีกับเส้นผม การทำสีผม ดัดผม ยืดผม ใช้ความร้อน หรือใช้น้ำยาเคมีต่างๆ กับเส้นผม ควรรออย่างน้อย 3-6 เดือน หรือจนกว่าแพทย์จะอนุญาต เพราะความร้อนและสารเคมีที่รุนแรงอาจเป็นอันตรายต่อกราฟต์ผมที่ปลูกใหม่ได้
  • ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผม หากต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ปลูกผม เซรั่ม วิตามินบำรุงผม หรือยาปลูกผมอื่นๆ ก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์การปลูกผม
  • พบแพทย์ตามนัด ควรพบแพทย์ตามนัดเพื่อรับการประเมินผลลัพธ์ และรับการดูแลเพิ่มเติมตามความเหมาะสม ซึ่งที่ AAC HAIR Clinic ก็จะมีบริการทำแผล สระผม และเคลียร์สะเก็ดฟรีหลังปลูกผมตามระยะเวลาที่แพทย์ได้แจ้งไว้

อ่านเพิ่มเติม : หลังปลูกผม ผมขึ้นใหม่เป็นยังไง ต้องดูแลหลังปลูกผมอย่างไรบ้าง

การเตรียมตัวก่อนการปลูกผม
ข้อปฏิบัติหลังการปลูกผม

ปลูกผมกี่เดือนขึ้น

ผมที่ปลูกมักเริ่มงอกในช่วง 3-4 เดือนหลังปลูกผม และจะเห็นผลลัพธ์สมบูรณ์ที่สุดภายในช่วง 12-18 เดือน โดยมีรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลาดังนี้

  • 2-8 สัปดาห์ ผมที่ปลูกอาจเริ่มหลุดร่วงชั่วคราว เรียกว่า Shock Loss เป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นได้หลังการปลูกผมในบางคน ซึ่งเกิดจากความเครียดทางกายจากการผ่าตัด
  • 3-4 เดือน ผมใหม่จะเริ่มงอกขึ้นมา โดยมีลักษณะเป็นเส้นเล็กๆ บางๆ ในช่วงแรก
  • 6-7 เดือน ผมใหม่จะเริ่มยาวขึ้นและแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • 9-12 เดือน หลายๆ คนเริ่มเห็นผลลัพธ์ชัดเจนคล้ายที่คาดหวัง ทั้งในแง่ความหนา ความแข็งแรง และความกลมกลืน
  • 12-18 เดือน ผลลัพธ์การปลูกผมจะสมบูรณ์ที่สุดภายในช่วงนี้ โดยมีความแข็งแรงและดูเป็นธรรมชาติเหมือนผมปกติ

รีวิวปลูกผมที่ AAC HAIR Clinic

ตัวอย่างรีวิวผลลัพธ์หลังปลูกผมที่ AAC HAIR Clinic

รีวิวปลูกผมผู้ชาย

รีวิวปลูกผมผู้หญิง

สาขา AAC HAIR Clinic

ถาม-ตอบ เรื่องปลูกผม

รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกผม ตอบโดย AAC HAIR Clinic

การปลูกผมในผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน จากสาเหตุถาวร เช่น กรรมพันธุ์ ทั่วไปแล้วแนะนำว่าควรมีอายุอย่างน้อย 25 ปี เพราะภาวะผมร่วงผมบางในผู้ที่มีอายุน้อยกว่านี้มักจะยังไม่นิ่ง และไม่สามารถคาดเดารูปแบบของการลุกลามได้อย่างแน่ชัด หากรีบปลูกผมเกินไป จึงมีความเสี่ยงว่าอนาคตอาจเกิดผมร่วงผมบางเพิ่มในจุดอื่นจนต้องปลูกผมซ้ำ

ซึ่งในกรณีของผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 25 ปี แพทย์ก็มักแนะนำให้รักษาด้วยวิธีอื่นก่อน เช่น ใช้ยา Finasteride หรือ Minoxidil ใช้เลเซอร์กระตุ้นรากผม (LLLT) ฉีดพลาสมาเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) เป็นต้น และเมื่ออายุครบ 25 ปี และภาวะผมร่วงผมบางเริ่มนิ่งแล้ว ก็ค่อยประเมินความเหมาะสมใหม่อีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม : ปลูกผม ต้องอายุเท่าไหร่ เหมาะกับใครบ้าง

การปลูกผมทั่วไปแล้วจะไม่รู้สึกเจ็บในขณะที่ทำหัตถการ เพราะเป็นการผ่าตัดเล็ก และมีการใช้ยาชาเฉพาะจุด อย่างไรก็ตาม สำหรับช่วงหลังปลูกผมนั้น ก็อาจมีอาการเจ็บ ปวด ตึงเล็กน้อยระยะหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ซึ่งก็สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์จ่ายให้

อ่านเพิ่มเติม : ปลูกผมเจ็บไหม หลังปลูกเจ็บกี่วัน เปรียบเทียบแต่ละเทคนิค

การปลูกผมเป็นหัตถการประเภทการผ่าตัดเล็ก ซึ่งมีความปลอดภัยสูงและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้น้อย โดยบางคนอาจมีอาการบวมบริเวณหน้าผาก หรือมีสิวขึ้นบริเวณที่ปลูกผมหรือบริเวณท้ายทอย แต่อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายเป็นปกติได้เอง ทั้งนี้ การปลูกผมหากทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูง ก็จะมีส่วนช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนได้

ผู้ที่ติดเชื้อ HIV ยังคงรับการปลูกผมได้ตามปกติ แต่ต้องมีการเตรียมตัวและมีขั้นตอนผ่าตัดปลูกผมที่ระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยแพทย์จะขอทราบผลเลือด 2 ตัวสำคัญ คือระดับเชื้อไวรัสในร่างกาย (Viral Load) ซึ่งหมายถึงจำนวนไวรัส HIV ในกระแสเลือด ค่านี้ยิ่งต่ำยิ่งดี โดยควรมีค่าเป็น Undetectable หรือก็คือน้อยกว่า 20 ตัวต่อเลือด 1 CC

และค่าระดับเม็ดเลือดขาว CD4 ซึ่งเป็นเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยค่าปกติอยู่ที่ประมาณ 500–1,500 ต่อเลือด 1 CC หากมีค่า CD4 น้อยกว่า 200 ก็จะถือเป็น AIDS Zone คือมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะติดเชื้อฉวยโอกาสต่างๆ เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรง

ดังนั้น หากผู้ที่ติดเชื้อ HIV มีผลเลือด 2 ค่านี้อยู่ในระดับที่ดี หรือได้รับการรักษาต่อเนื่องจนอาการคงที่ และเชื้ออยู่ในระยะที่ไม่สามารถแพร่ได้แล้ว ก็สามารถรับการปลูกผมได้ตามปกติ

ผู้ที่เป็นไวรัสตับอักเสบชนิดเอ บี และซี สามารถปลูกผมได้ตามปกติ โดยกรณีของไวรัสตับอักเสบชนิดเอ ซึ่งเป็นโรคในทางเดินอาหารที่สามารถหายเองได้ ก็แทบจะไม่เป็นอันตราย ไม่ต่างจากคนปกติทั่วไป หลังจากที่รักษาหายก็สามารถเข้ารับการปลูกผมได้ ส่วนกรณีของไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซี ซึ่งเป็นโรคที่อยู่ในกระแสเลือด ผู้ที่เป็นก็ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ก่อนว่ามีข้อจำกัดด้านใดหรือไม่ หากมีอาการคงที่ ไม่มีโรคแทรกซ้อน และไม่ได้รับยารักษาที่มีผลเสียต่อการปลูกผม ก็จะสามารถรับการปลูกผมได้ตามปกติเช่นกัน

การปลูกผมเพื่อปกปิดรอยแผลเป็น ทั้งที่มีมาแต่เกิด เกิดจากอุบัติเหตุ หรือเกิดจากการผ่าตัด ก็ล้วนสามารถทำได้ แต่มีข้อจำกัดคือ เนื้อเยื่อบริเวณแผลเป็นจะมีลักษณะที่ค่อนข้างแข็ง ไม่ยืดหยุ่นเหมือนผิวหนังบริเวณอื่นๆ และเป็นบริเวณที่มีเลือดไหลเวียนมาเลี้ยงรากผมน้อยกว่าปกติ การปลูกผมทับรอยแผลเป็น จึงอาจให้ผลลัพธ์อัตราการขึ้นที่ไม่เต็มร้อย บางกรณีอาจมีผมขึ้นแค่ครึ่งเดียวเมื่อเทียบกับการปลูกผมในบริเวณปกติ ทั้งนี้ ไม่ใช่ทุกรอยแผลเป็นจะสามารถปลูกผมได้ จึงจำเป็นต้องได้รับการประเมินความเหมาะสมจากแพทย์เสียก่อน

หลังปลูกผมสามารถทำสีได้ แต่ควรทำหลังปลูกผมมาแล้วประมาณ 1-3 เดือน เพื่อให้แผลหายดีก่อน รวมถึงการลงผลิตภัณฑ์และการใช้ความร้อนกับผม เช่น การกัดสีผม การดัดผม หรือการทำ Treatment ต่างๆ ก็ควรทำหลังจากที่มั่นใจว่าแผลหายสนิทเช่นกัน

ตัวกำหนดจำนวนครั้งที่สามารถปลูกผมได้ คือปริมาณเส้นผมที่เหมาะนำมาใช้ปลูก (ส่วนใหญ่เป็นผมบริเวณท้ายทอย) คือต้องมีปริมาณเพียงพอ หลังนำบางส่วนมาปลูกแล้วไม่ดูบางลง ซึ่งทั่วไปแล้ว แพทย์จะแนะนำให้ทำการปลูกผมให้จบภายใน 1-2 ครั้งเท่านั้น เนื่องจากการปลูกผมแต่ละครั้งอาจมีส่วนทำให้หนังศีรษะอ่อนแอลง เลือดไหลเวียนได้ไม่ดีเท่าปกติ และผมอาจงอกได้ไม่ดีเท่ารอบแรกๆ

ปัจจุบันยาแก้ผมร่วงในไทยที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยจะมีอยู่ 2 ชนิด โดยมีทั้งยาชนิดรับประทานและยาชนิดทา (สำหรับบริเวณที่มีผมร่วงเยอะมาก) ได้แก่ ยา Finasteride และยา Minoxidil โดยยาแต่ละตัวจะมีหลักการออกฤทธิ์ดังนี้

  • Finasteride ยาแก้ผมร่วงชนิดรับประทาน มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ 5α-reductase ส่งผลให้ฮอร์โมน DHT ลดน้อยลง และมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผม ซึ่งตัวยานี้มักไม่เหมาะกับผู้หญิง ในส่วนของผลข้างเคียงนั้น ยา Finasteride ก็อาจทำให้เกิดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ในบางคน แต่สามารถหายเองได้หลังหยุดรับประทานยา
  • Minoxidil ยาชนิดนี้มีทั้งแบบใช้ทาภายนอกและชนิดรับประทาน เป็นยาแก้ผมร่วงที่ใช้ได้ผลทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย ตัวยาจะช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงรากผมดีขึ้น กระตุ้นการงอก และช่วยยืดอายุขัยของเส้นผม

การใช้ยาเพื่อแก้ภาวะผมร่วงหรือศีรษะล้านนั้น จะเป็นการช่วยลดการหลุดร่วง รวมถึงช่วยบำรุงและกระตุ้นการงอกของเส้นผมบางส่วน แต่จะให้ผลลัพธ์ที่จำกัด โดยเฉพาะในกรณีของผู้ที่มีภาวะผมร่วงในระยะรุนแรง และหากหยุดยาก็มักทำให้ปัญหาผมร่วงกลับมาอีกครั้ง ต่างจากการปลูกผมถาวร ที่ให้ผลลัพธ์คงทน และให้ผลดีแม้ในผู้ที่มีปัญหาผมร่วงรุนแรง

AAC HAIR Clinic มีโปรโมชั่นปลูกผมผ่อนจ่ายดอกเบี้ย 0% 10 เดือน สำหรับบัตรเครดิต KTC และธนาคารกรุงเทพ (และธนาคารกสิกรไทยสำหรับบางสาขา) โดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้กับทางสาขา

*รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบกับทางสาขาที่เข้ารับบริการ