ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน แนวผมไม่ได้สัดส่วน โดยเฉพาะที่เกิดแบบถาวรเช่นในกรณีของกรรมพันธุ์ มีผลบั่นทอนความมั่นใจของหลายๆ คน ซึ่งเทคนิคปลูกผมสมัยใหม่ที่มีข้อดีได้แก่ มีอัตราสำเร็จสูง ทำให้เกิดแผลเล็ก พักฟื้นไว ทั้งยังให้ผลลัพธ์ที่คงทนถาวรและดูเป็นธรรมชาติ ก็ได้กลายมาเป็นแนวทางการรักษาที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
การปลูกผม (Hair Transplantation) คือหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน โดยอาศัยการย้ายเซลล์รากผมที่มีความแข็งแรงจากศีรษะของเราเอง ไปปลูกทดแทนยังบริเวณที่มีปัญหา ส่วนใหญ่จะใช้เส้นผมจากบริเวณท้ายทอย เพราะมีความทนต่อฮอร์โมน DHT ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผมบางหรือผมร่วง จึงทำให้ได้ผลลัพธ์ที่คงทนถาวร


















การปลูกผมถือเป็นวิธีรักษาภาวะผมบางและศีรษะล้านที่มีอัตราสำเร็จสูงถึงกว่า 90% (เมื่อใช้เทคนิคสมัยใหม่และปลูกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยวัดจากอัตราการรอดชีวิตของกราฟต์ผม) นับว่าสูงกว่าวิธีรักษาอื่นๆ เช่น การใช้ยา การใช้เลเซอร์พลังงานต่ำ หรือการฉีดพลาสมาเกล็ดเลือดเข้มข้น ซึ่งส่วนใหญ่มีอัตราสำเร็จอยู่ในช่วง 10-80% และมักให้ผลจำกัดในผู้ที่มีภาวะผมร่วงหรือผมบางรุนแรง
นอกจากนี้แล้ว การปลูกผมก็ยังมีข้อดีสำคัญคือให้ผลลัพธ์ที่คงทนถาวรและดูเป็นธรรมชาติ เนื่องจากใช้เส้นผมจากตัวผู้รับหัตถการเอง และมักใช้กราฟต์ผมจากบริเวณท้ายทอย ที่ทนต่อฮอร์โมน DHT ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผมบางและผมร่วง
ในแง่ความนิยม ข้อมูลจากสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ (International Society of Hair Restoration Surgery, ISHRS) ระบุว่า จำนวนผู้เข้ารับการปลูกผมต่อปีจากแพทย์ที่เป็นสมาชิกของสมาคมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแทบทุกปี โดยในปี 2021 มีผู้รับการปลูกผมทั่วโลกประมาณ 628,604 คน คิดเป็นราว 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2010 ซึ่งมีจำนวนผู้รับการปลูกผมอยู่ที่ประมาณ 251,208 คน
ความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากเทคนิคการปลูกผมสมัยใหม่ที่มีอัตราสำเร็จสูงขึ้น ทำให้เกิดแผลเล็กลง ทั้งยังมีเทคนิค Non-Shaven และ Long Hair ที่ช่วยให้ไม่ต้องโกนผม ทำให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้อย่างแนบเนียนและรวดเร็วยิ่งขึ้น
การปลูกผมที่ AAC HAIR Clinic จะมีอยู่ด้วยกัน 5 เทคนิค ได้แก่
การปลูกผมเทคนิค Follicular Unit Extraction (FUE) จะใช้วิธีเจาะนำเอาเซลล์รากผมออกมาทีละกราฟต์ ทำให้เกิดแผลเล็กกว่าและพักฟื้นได้ไวกว่าเมื่อเทียบกับเทคนิคเก่าๆ อย่าง FUT ที่อาศัยการตัดหนังศีรษะจากบริเวณท้ายทอยเป็นแนวยาวเพื่อนำกราฟต์ผมออกมา
ซึ่งกราฟต์ผมที่ถูกเจาะออกมาก็จะถูกแช่น้ำยาเพื่อรักษาคุณภาพไว้ จากนั้นแพทย์จะเริ่มเจาะรูและปลูกเซลล์รากผมลงไปจนครบโดยใช้ Forceps
การปลูกผมเทคนิค FUE แพทย์จะฉีดยาชา และอาจให้ยาระงับประสาทแบบอ่อนๆ ตามความเหมาะสมในขั้นตอนการเตรียม เพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บหรือกังวล และยังมีการฉีดน้ำเกลือที่มีส่วนผสมของยาชาและเอพิเนฟรินให้หนังศีรษะขยายตัวชั่วคราว เพื่อลดอาการเลือดออก และช่วยให้ปลูกผมได้แม่นยำยิ่งขึ้น
เทคนิคปลูกผม Direct Hair Implantation (DHI) เป็นเทคนิคที่พัฒนาต่อยอดมาจากเทคนิค FUE โดยอาศัยการเจาะนำเอาเซลล์รากผมออกมาทีละกราฟต์เหมือนกัน
แต่ต่างกันตรงที่เทคนิค DHI จะใช้เครื่องมือนำปลูกเฉพาะที่เรียกว่า DHI Implanter หรือ Choi Implanter Pen ซึ่งมีข้อดีคือสามารถเจาะและปลูกได้ในเครื่องมือเดียว ทำให้ไม่ต้องมีขั้นตอนของการเจาะเตรียมบริเวณพื้นที่ปลูก ทั้งยังช่วยให้ควบคุมทิศทาง มุม และความลึกของการปลูกผมได้แม่นยำขึ้น ด้วยข้อดีนี่เอง เทคนิคปลูกผม DHI จึงมักให้แผลเล็กกว่าเทคนิค FUE ทำให้พักฟื้นได้ไวกว่า
เทคนิคปลูกผม LEAN เป็นเทคนิคเฉพาะที่หมอพอล AAC HAIR Clinic ได้พัฒนาต่อยอดมาจากเทคนิค DHI โดยมีการเพิ่มขั้นตอนของการตัดแต่งเนื้อเยื่อไขมันกราฟต์ผม และใช้เครื่องมือนำปลูกเฉพาะ ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ปลูก ทั้งยังมีหัวเจาะขนาดเล็กมาก จึงทำให้เกิดแผลเล็กลง บวมช้ำน้อยลง พักฟื้นไวขึ้น และยังสามารถปลูกผมได้ชิดแน่นกว่าเทคนิคอื่นๆ
เทคนิคปลูกผม Non-Shaven เป็นเทคนิคเสริมที่ช่วยให้ไม่ต้องโกนผมด้านหลัง แต่จะอาศัยการตัดเล็มแบบกระจายพื้นที่แทน ทำให้ผมด้านหลังดูแล้วมีลักษณะคล้ายเดิม ส่วนผมที่นำมาปลูกจะมีลักษณะเป็นกราฟต์สั้นๆ ซึ่งที่ AAC HAIR Clinic ก็จะใช้เทคนิค Non-Shaven เสริมกับเทคนิค LEAN เรียกรวมกันว่า LEAN Non-Shaven ทำให้มีข้อดีทั้งเกิดแผลเล็ก บวมช้ำน้อย พักฟื้นไว ปลูกผมได้ชิดแน่น และไม่ต้องโกนผมด้านหลัง
เทคนิคปลูกผม Long Hair เป็นเทคนิคเสริมที่ช่วยให้ไม่ต้องโกนผมด้านหลังเช่นกัน แต่จะอาศัยการเจาะเก็บกราฟต์ผมที่ความยาวตามเดิม โดยอาจตัดแต่งให้มีความยาวใกล้เคียงกับบริเวณที่ปลูก ซึ่งที่ AAC HAIR Clinic ก็จะใช้เทคนิค Long Hair เสริมกับเทคนิค LEAN เรียกรวมกันว่า LEAN Long Hair ทำให้มีข้อดีทั้งเกิดแผลเล็ก บวมช้ำน้อย พักฟื้นไว ปลูกผมได้ชิดแน่น ไม่ต้องโกนผมด้านหลัง และหลังปลูกเห็นผมยาวทันที ทำให้ดูแทบไม่รู้ว่าปลูกผมมา
เทคนิคปลูกผมต่างๆ ที่ AAC HAIR Clinic สามารถสรุปรายละเอียดเป็นตารางได้ดังนี้
| เทคนิคปลูกผม | วิธีการ | ข้อดี | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| FUE | เจาะเก็บเซลล์รากผมทีละกราฟต์ ต้องโกนผมด้านหลัง ต้องเจาะเตรียมพื้นที่ปลูก ใช้ Forceps ในการปลูกผม | เกิดแผลเล็กกว่าเทคนิคเก่าๆ อย่าง FUT | ผู้ที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน แนวผมถอยร่น ที่ต้องการงานมาตรฐาน ผลลัพธ์คุ้มค่า |
| DHI | เจาะเก็บเซลล์รากผมทีละกราฟต์ ต้องโกนผมด้านหลัง ใช้เครื่องมือนำปลูก DHI Implanter ซึ่งทั้งเจาะและปลูกได้ในเครื่องมือเดียว | ไม่ต้องเจาะเตรียมพื้นที่ปลูก ควบคุมทิศทาง ความลึก และมุมของการปลูกผมได้แม่นยำขึ้น | ผู้ที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน แนวผมถอยร่น โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าหรือกลางศีรษะ และต้องการงานปลูกที่เน้นไรผม ซึ่งต้องอาศัยความละเอียดและความแม่นยำในผลลัพธ์ |
| LEAN | เจาะเก็บเซลล์รากผมทีละกราฟต์ ต้องโกนผมด้านหลัง มีการตัดแต่งเนื้อเยื่อไขมันกราฟต์ผม ใช้เครื่องมือนำปลูกเฉพาะที่เหมาะกับแต่ละพื้นที่ปลูก | เกิดแผลเล็กกว่าเทคนิคอื่นๆ บวมช้ำน้อย พักฟื้นไว ปลูกผมได้ชิดแน่นยิ่งขึ้น ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติสูงสุด | ผู้ที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน แนวผมถอยร่น ที่ต้องการความหนาแน่นสูง ใช้กราฟต์ผมเยอะ ให้แนวผมเป็นธรรมชาติสูงสุด รวมถึงต้องการเวลาพักฟื้นและอาการข้างเคียงน้อยลงจากเทคนิคอื่นๆ |
| LEAN Non-Shaven | ขั้นตอนเหมือนเทคนิค LEAN แต่ไม่ต้องโกนผมด้านหลัง อาศัยการตัดเล็มแบบกระจายพื้นที่แทน กราฟต์ผมที่นำมาปลูกจะมีลักษณะสั้นๆ | ไม่ต้องโกนผมด้านหลัง แต่ผมที่ปลูกมีลักษณะสั้นๆ เกิดแผลเล็ก บวมช้ำน้อย พักฟื้นไว ปลูกผมได้ชิดแน่น | ผู้ที่ไม่ต้องการโกนผมด้านหลัง หลังปลูกใช้ชีวิตได้อย่างแนบเนียน สังเกตไม่ค่อยเห็นความต่าง |
| LEAN Long Hair | ขั้นตอนเหมือนเทคนิค LEAN แต่ไม่ต้องโกนผมด้านหลัง ผมที่นำมาปลูกมีความยาวตามปกติ โดยจะใช้เครื่องเจาะเก็บเซลล์รากผมคุณภาพสูง | ไม่ต้องโกนผมด้านหลัง หลังปลูกเห็นผมยาวทันที เกิดแผลเล็ก บวมช้ำน้อย พักฟื้นไว ปลูกผมได้ชิดแน่น | ผู้ที่ไม่ต้องการโกนผมด้านหลังและต้องการเห็นผมยาวทันที สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ดูแทบไม่รู้ว่าปลูกผมมา |
การปลูกผมที่ AAC HAIR Clinic มีรายละเอียดราคาดังนี้
การปลูกผม 1,000 กราฟต์มีราคาเริ่มต้นอยู่ในช่วง 89,000-300,000 บาท (คิดเป็น 89-300 บาทต่อกราฟต์) เมื่อคิดราคาแบบต่อกราฟต์ ขึ้นกับเทคนิคปลูกผมที่ใช้ แต่หากใช้โปรโมชั่นปลูกผมแบบเหมากราฟต์ ก็จะมีราคาที่ถูกกว่าและคุ้มค่ากว่า โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่เพียง 85,000-280,000 บาท ตามเทคนิคที่ใช้ ไม่ว่าจะปลูกกี่กราฟต์ก็ตาม
การปลูกผม 2,000 กราฟต์มีราคาเริ่มต้นอยู่ในช่วง 178,000-600,000 บาท (คิดเป็น 89-300 บาทต่อกราฟต์) เมื่อคิดราคาแบบต่อกราฟต์ ขึ้นกับเทคนิคปลูกผมที่ใช้ แต่หากใช้โปรโมชั่นปลูกผมแบบเหมากราฟต์ ก็จะมีราคาที่ถูกกว่าและคุ้มค่ากว่า โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่เพียง 85,000-280,000 บาท ตามเทคนิคที่ใช้ ไม่ว่าจะปลูกกี่กราฟต์ก็ตาม
การปลูกผม 3,000 กราฟต์มีราคาเริ่มต้นอยู่ในช่วง 267,000-900,000 บาท (คิดเป็น 89-300 บาทต่อกราฟต์) เมื่อคิดราคาแบบต่อกราฟต์ ขึ้นกับเทคนิคปลูกผมที่ใช้ แต่หากใช้โปรโมชั่นปลูกผมแบบเหมากราฟต์ ก็จะมีราคาที่ถูกกว่าและคุ้มค่ากว่า โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่เพียง 85,000-280,000 บาท ตามเทคนิคที่ใช้ ไม่ว่าจะปลูกกี่กราฟต์ก็ตาม
AAC HAIR Clinic มีทั้งตัวเลือกการคิดราคาแบบต่อกราฟต์และแบบโปรโมชั่นปลูกผมเหมากราฟต์ เพื่อความคุ้มค่าและสบายใจสูงสุด ซึ่งในกรณีส่วนใหญ่ โปรโมชั่นเหมากราฟต์จะนับว่าคุ้มค่ากว่า (นอกจากราคาที่คุ้มค่าแล้ว โปรโมชั่นเหมากราฟต์ก็ยังมาพร้อมของแถมต่างๆ อีกมากมาย)
*ราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบกับทาง Official Channel ต่างๆ หรือทางสาขาอีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม : ปลูกผมเหมากราฟต์ คืออะไร ดีจริงไหม เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย
ผู้หญิงและผู้ชายมีรูปแบบของภาวะผมบางและศีรษะล้านที่ต่างกัน โดยผู้ชายมักพบปัญหาแนวผมด้านหน้าถอยร่น ผมเว้าเป็นรูปตัว M และศีรษะล้านตรงกลาง แต่ผู้หญิงมักพบภาวะผมบางและศีรษะล้านที่รอยแสกบริเวณกลางศีรษะเป็นหลัก มีเพียงส่วนน้อยที่เกิดปัญหาบริเวณแนวผมด้านหน้า ความต่างนี้ทำให้ขอบเขตการปลูกผมของผู้หญิงและผู้ชายที่มีปัญหาผมร่วงจากพันธุกรรมมักไม่เหมือนกัน
อีกจุดต่างสำคัญก็คือรูปแบบของแนวผมด้านหน้า โดยผู้ชายมักมีแนวผมด้านหน้าที่เป็นเหลี่ยมเป็นมุมชัดกว่า ส่วนผู้หญิงมักมีแนวผมด้านหน้าที่โค้งมนและดูนุ่มนวลกว่า ความต่างนี้เป็นสิ่งสำคัญที่แพทย์ผู้ปลูกผมต้องเข้าใจ เพื่อให้สามารถออกแบบแนวผมได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ต้องการปลูกไรผมเพื่อปรับกรอบหน้า
นอกจากนี้แล้ว ในแง่ของเทคนิคปลูกผม ผู้หญิงก็มักนิยมเลือกเทคนิคที่ไม่ต้องโกนผมด้านหลังมากกว่าผู้ชาย (ได้แก่ Non-Shaven และ Long Hair) ซึ่งก็เกิดจากความคุ้นชินและความกังวลในด้านทรงผมและภาพลักษณ์นั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม : แชร์ประสบการณ์ ปลูกผมผู้หญิง ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึง 1 ปี เป็นยังไงบ้าง
ขั้นตอนการปลูกผมจะต่างกันไปบ้างสำหรับแต่ละเทคนิค แต่หลักๆ แล้วมีรายละเอียดดังนี้
หลังปลูกผม ผู้รับบริการสามารถเข้ามารับการทำแผล สระผม และเคลียร์สะเก็ดที่ AAC HAIR Clinic ได้ตามระยะเวลาที่แพทย์และเจ้าหน้าที่แนะนำ
เพื่อให้การปลูกผมได้ผลดีและปลอดภัย ผู้รับการปลูกผมก็ควรเตรียมตัวดังนี้
อ่านเพิ่มเติม : 6 วิธีเตรียมตัวให้พร้อมก่อนปลูกผม พร้อมวิธีดูแลฉบับผมหนา ดกดำ
การปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมหลังปลูกผม จะช่วยเอื้อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี และอาจช่วยป้องกันหรือบรรเทาอาการผิดปกติต่างๆ ได้
อ่านเพิ่มเติม : หลังปลูกผม ผมขึ้นใหม่เป็นยังไง ต้องดูแลหลังปลูกผมอย่างไรบ้าง
ผมที่ปลูกมักเริ่มงอกในช่วง 3-4 เดือนหลังปลูกผม และจะเห็นผลลัพธ์สมบูรณ์ที่สุดภายในช่วง 12-18 เดือน โดยมีรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลาดังนี้
ตัวอย่างรีวิวผลลัพธ์หลังปลูกผมที่ AAC HAIR Clinic


















ดูเพิ่มเติม : รีวิวปลูกผมผู้ชายที่ AAC HAIR Clinic


















ดูเพิ่มเติม : รีวิวปลูกผมผู้หญิงที่ AAC HAIR Clinic
คลินิกปลูกผม AAC HAIR Clinic มีทั้งหมด 5 สาขาครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ ขอนแก่น โคราช อุดรธานี และอุบลราชธานี ดังนี้
รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกผม ตอบโดย AAC HAIR Clinic
การปลูกผมในผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน จากสาเหตุถาวร เช่น กรรมพันธุ์ ทั่วไปแล้วแนะนำว่าควรมีอายุอย่างน้อย 25 ปี เพราะภาวะผมร่วงผมบางในผู้ที่มีอายุน้อยกว่านี้มักจะยังไม่นิ่ง และไม่สามารถคาดเดารูปแบบของการลุกลามได้อย่างแน่ชัด หากรีบปลูกผมเกินไป จึงมีความเสี่ยงว่าอนาคตอาจเกิดผมร่วงผมบางเพิ่มในจุดอื่นจนต้องปลูกผมซ้ำ
ซึ่งในกรณีของผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 25 ปี แพทย์ก็มักแนะนำให้รักษาด้วยวิธีอื่นก่อน เช่น ใช้ยา Finasteride หรือ Minoxidil ใช้เลเซอร์กระตุ้นรากผม (LLLT) ฉีดพลาสมาเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) เป็นต้น และเมื่ออายุครบ 25 ปี และภาวะผมร่วงผมบางเริ่มนิ่งแล้ว ก็ค่อยประเมินความเหมาะสมใหม่อีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม : ปลูกผม ต้องอายุเท่าไหร่ เหมาะกับใครบ้าง
การปลูกผมทั่วไปแล้วจะไม่รู้สึกเจ็บในขณะที่ทำหัตถการ เพราะเป็นการผ่าตัดเล็ก และมีการใช้ยาชาเฉพาะจุด อย่างไรก็ตาม สำหรับช่วงหลังปลูกผมนั้น ก็อาจมีอาการเจ็บ ปวด ตึงเล็กน้อยระยะหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ซึ่งก็สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์จ่ายให้
อ่านเพิ่มเติม : ปลูกผมเจ็บไหม หลังปลูกเจ็บกี่วัน เปรียบเทียบแต่ละเทคนิค
การปลูกผมเป็นหัตถการประเภทการผ่าตัดเล็ก ซึ่งมีความปลอดภัยสูงและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้น้อย โดยบางคนอาจมีอาการบวมบริเวณหน้าผาก หรือมีสิวขึ้นบริเวณที่ปลูกผมหรือบริเวณท้ายทอย แต่อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายเป็นปกติได้เอง ทั้งนี้ การปลูกผมหากทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูง ก็จะมีส่วนช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนได้
ผู้ที่ติดเชื้อ HIV ยังคงรับการปลูกผมได้ตามปกติ แต่ต้องมีการเตรียมตัวและมีขั้นตอนผ่าตัดปลูกผมที่ระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยแพทย์จะขอทราบผลเลือด 2 ตัวสำคัญ คือระดับเชื้อไวรัสในร่างกาย (Viral Load) ซึ่งหมายถึงจำนวนไวรัส HIV ในกระแสเลือด ค่านี้ยิ่งต่ำยิ่งดี โดยควรมีค่าเป็น Undetectable หรือก็คือน้อยกว่า 20 ตัวต่อเลือด 1 CC
และค่าระดับเม็ดเลือดขาว CD4 ซึ่งเป็นเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยค่าปกติอยู่ที่ประมาณ 500–1,500 ต่อเลือด 1 CC หากมีค่า CD4 น้อยกว่า 200 ก็จะถือเป็น AIDS Zone คือมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะติดเชื้อฉวยโอกาสต่างๆ เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรง
ดังนั้น หากผู้ที่ติดเชื้อ HIV มีผลเลือด 2 ค่านี้อยู่ในระดับที่ดี หรือได้รับการรักษาต่อเนื่องจนอาการคงที่ และเชื้ออยู่ในระยะที่ไม่สามารถแพร่ได้แล้ว ก็สามารถรับการปลูกผมได้ตามปกติ
ผู้ที่เป็นไวรัสตับอักเสบชนิดเอ บี และซี สามารถปลูกผมได้ตามปกติ โดยกรณีของไวรัสตับอักเสบชนิดเอ ซึ่งเป็นโรคในทางเดินอาหารที่สามารถหายเองได้ ก็แทบจะไม่เป็นอันตราย ไม่ต่างจากคนปกติทั่วไป หลังจากที่รักษาหายก็สามารถเข้ารับการปลูกผมได้ ส่วนกรณีของไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซี ซึ่งเป็นโรคที่อยู่ในกระแสเลือด ผู้ที่เป็นก็ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ก่อนว่ามีข้อจำกัดด้านใดหรือไม่ หากมีอาการคงที่ ไม่มีโรคแทรกซ้อน และไม่ได้รับยารักษาที่มีผลเสียต่อการปลูกผม ก็จะสามารถรับการปลูกผมได้ตามปกติเช่นกัน
การปลูกผมเพื่อปกปิดรอยแผลเป็น ทั้งที่มีมาแต่เกิด เกิดจากอุบัติเหตุ หรือเกิดจากการผ่าตัด ก็ล้วนสามารถทำได้ แต่มีข้อจำกัดคือ เนื้อเยื่อบริเวณแผลเป็นจะมีลักษณะที่ค่อนข้างแข็ง ไม่ยืดหยุ่นเหมือนผิวหนังบริเวณอื่นๆ และเป็นบริเวณที่มีเลือดไหลเวียนมาเลี้ยงรากผมน้อยกว่าปกติ การปลูกผมทับรอยแผลเป็น จึงอาจให้ผลลัพธ์อัตราการขึ้นที่ไม่เต็มร้อย บางกรณีอาจมีผมขึ้นแค่ครึ่งเดียวเมื่อเทียบกับการปลูกผมในบริเวณปกติ ทั้งนี้ ไม่ใช่ทุกรอยแผลเป็นจะสามารถปลูกผมได้ จึงจำเป็นต้องได้รับการประเมินความเหมาะสมจากแพทย์เสียก่อน
หลังปลูกผมสามารถทำสีได้ แต่ควรทำหลังปลูกผมมาแล้วประมาณ 1-3 เดือน เพื่อให้แผลหายดีก่อน รวมถึงการลงผลิตภัณฑ์และการใช้ความร้อนกับผม เช่น การกัดสีผม การดัดผม หรือการทำ Treatment ต่างๆ ก็ควรทำหลังจากที่มั่นใจว่าแผลหายสนิทเช่นกัน
ตัวกำหนดจำนวนครั้งที่สามารถปลูกผมได้ คือปริมาณเส้นผมที่เหมาะนำมาใช้ปลูก (ส่วนใหญ่เป็นผมบริเวณท้ายทอย) คือต้องมีปริมาณเพียงพอ หลังนำบางส่วนมาปลูกแล้วไม่ดูบางลง ซึ่งทั่วไปแล้ว แพทย์จะแนะนำให้ทำการปลูกผมให้จบภายใน 1-2 ครั้งเท่านั้น เนื่องจากการปลูกผมแต่ละครั้งอาจมีส่วนทำให้หนังศีรษะอ่อนแอลง เลือดไหลเวียนได้ไม่ดีเท่าปกติ และผมอาจงอกได้ไม่ดีเท่ารอบแรกๆ
ปัจจุบันยาแก้ผมร่วงในไทยที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยจะมีอยู่ 2 ชนิด โดยมีทั้งยาชนิดรับประทานและยาชนิดทา (สำหรับบริเวณที่มีผมร่วงเยอะมาก) ได้แก่ ยา Finasteride และยา Minoxidil โดยยาแต่ละตัวจะมีหลักการออกฤทธิ์ดังนี้
การใช้ยาเพื่อแก้ภาวะผมร่วงหรือศีรษะล้านนั้น จะเป็นการช่วยลดการหลุดร่วง รวมถึงช่วยบำรุงและกระตุ้นการงอกของเส้นผมบางส่วน แต่จะให้ผลลัพธ์ที่จำกัด โดยเฉพาะในกรณีของผู้ที่มีภาวะผมร่วงในระยะรุนแรง และหากหยุดยาก็มักทำให้ปัญหาผมร่วงกลับมาอีกครั้ง ต่างจากการปลูกผมถาวร ที่ให้ผลลัพธ์คงทน และให้ผลดีแม้ในผู้ที่มีปัญหาผมร่วงรุนแรง
AAC HAIR Clinic มีโปรโมชั่นปลูกผมผ่อนจ่ายดอกเบี้ย 0% 10 เดือน สำหรับบัตรเครดิต KTC และธนาคารกรุงเทพ (และธนาคารกสิกรไทยสำหรับบางสาขา) โดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้กับทางสาขา
*รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบกับทางสาขาที่เข้ารับบริการ