ปลูกผมถาวร all about clinic
ปลูกผม ขอนแก่น อุดร โคราช กรุงเทพ รีวิวปลูกผม

ปลูกผม เทคนิคไหนดี ? แต่ละเทคนิคมีข้อดี-ข้อเสีย ผลลัพธ์ต่างกันอย่างไร

การปลูกผม คือ หัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาผมบาง ศีรษะล้านประเภทหนึ่ง เป็นการรักษาโดยใช้หลักการย้ายเซลล์รากผมที่มีความแข็งแรงบนศีรษะของเรา ไปปลูกทดแทนยังบริเวณที่มีปัญหา ผมบาง หรือศีรษะล้าน โดยในการรักษาด้วยวิธีนี้จะทำให้เห็นผลลัพธ์ถาวรในระยะยาว ผมที่นำมาปลูกใหม่จะไม่มีการหลุดร่วงซ้ำ และด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากในปัจจุบัน เส้นผมที่นำมาปลูกใหม่นั้นสามารถเรียงเส้นสวยกลมกลืนไปกับเส้นผมเดิมได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เลือกอ่านหัวข้อในบทความ

การปลูกผม มีเทคนิคอะไรบ้าง ?

สำหรับการปลูกผมมีเทคนิคที่พบความแตกต่างกันอย่างชัดเจนอยู่ด้วยกัน 2 เทคนิคคือ FUT และ FUE ซึ่งเป็นเทคนิคที่มีมานานหลายปี มีความปลอดภัย ผลลัพธ์สร้างความพึงพอใจสูง โดยการ ปลูกผม FUT จะเป็นการตัดหนังศีรษะออกมาจากบริเวณท้ายทอย เพื่อนำเอาเซลล์รากผมบริเวณนี้ที่มีความแข็งแรง ย้ายไปปลูกบริเวณที่มีปัญหาผมบาง ส่วนใหญ่มักเป็นด้านหน้า หน้าผาก หรือกลางศีรษะ ส่วนบริเวณด้านหลังที่ผ่าตัดไปนั้นมักจะใช้วิธีเย็บหนังศีรษะติดเข้าด้วยกัน ส่วนการปลูกผมแบบ FUE จะใช้วิธีนำเฉพาะรากผมที่ต้องการ มาปลูกบริเวณด้านหน้าทีละกราฟ ซึ่งเทคนิค FUE นี่เองที่เป็นเทคนิคตั้งต้นการปลูกผมแบบยุคใหม่ โดยใช้วิธีการเจาะรากผม ทำให้พักฟื้นได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิม

นอกจากสองเทคนิคนี้ยังมีเทคนิคปลูกผมที่ได้รับความนิยมมากเช่นกันอีกก็คือ DHI ซึ่งเป็นเทคนิคที่แพทย์ส่วนใหญ่เลือกแนะนำในปัจจุบัน ซึ่งที่ AAC จะให้บริการปลูกผม 3 เทคนิคด้วยกัน คือ เทคนิค FUE, DHI และเทคนิค Lean ซึ่งเป็นเทคนิคพิเศษเฉพาะที่ AAC พัฒนาและคิดค้นขึ้นโดยหมอพอล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ทางด้านการปลูกผม เทคนิค Lean จึงได้ออกแบบมาเพื่อทำให้โปรแกรมการปลูกผมนั้นมีประสิทธิภาพ และได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากที่สุด

เทคนิค ปลูกผม FUE

การปลูกผมถาวรเทคนิค FUE (Follicular Unit Extraction) เป็นการ ปลูกผมถาวร ที่มีขั้นตอนการย้ายเซลล์รากผม โดยไม่ต้องตัดหนังศีรษะออกมาเป็นชิ้นยาว ไม่มีแผลเป็นยาวเหมือนวิธี FUT (Strip FUT) ซึ่งวิธีการคือ ใช้เครื่องมือพิเศษหัวเจาะ ที่มีหัวขนาด 1-1.2 มิลลิเมตร เจาะเอาเซลล์รากผมจากหนังศีรษะบริเวณด้านหลัง (ด้านหลังเป็นบริเวณที่เส้นผมแข็งแรง) มาปลูกถ่ายในบริเวณที่ผมบาง หรือไม่มีผม ซึ่งการปลูกผมจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการบริการจากผู้ที่มีความชำนาญเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดจนทำให้รากผมเสียหายได้

ขั้นตอนการ ปลูกผม FUE แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการฉีดยาชา หรือให้คนไข้ทานยานอนหลับแบบอ่อน ๆ พร้อมทั้งฉีดยาห้ามเลือดที่ผสมในน้ำเกลือให้หนังศีรษะโป่งและพองตัวขึ้น เพื่อให้ง่ายต่อการใส่รากผมเข้าไป จากนั้นแพทย์ถึงจะเริ่มทำการรักษาปลูกผมใหม่ด้วยเทคนิค FUE โดยทำการเจาะรู และนำเซลล์รากผมใส่ลงในรูที่เจาะเตรียมไว้จนครบบริเวณ ทั้งนี้ เทคนิคนี้จะให้ผลในเรื่องความสวยงาม และดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด และหลังจากปลูกผมเสร็จก็สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้เลยค่ะ

ปลูกผม FUE ศัลยกรรมปลูกผม fue ถาวร

ข้อดี-ข้อเสียของการปลูกผม FUE

ข้อดี 

  1. เจ็บแผลน้อย แผลแห้งและหายไว ไม่ต้องกังวลเรื่องแผลบนศีรษะหลังการรักษา โดยแผลที่เกิดขึ้นมีลักษณะเป็นจุดเล็ก ๆ ขนาดไม่ถึง 1 มิลลิเมตร
  2. สามารถนำขนจากบริเวณอื่น ๆ ในร่างกาย เช่น หนวด เครา ขนหน้าอก ขนแขน ขนหน้าแข้ง มาปลูกที่ศีรษะได้เช่นกัน แต่ไม่เป็นที่นิยมมากนัก เนื่องจากขนอื่น ๆ ที่นำมาปลูกนั้นจะมีลักษณะหยิก และไม่งอกยาวเหมือนเส้นผมที่หนังศีรษะ 
  3. ใช้ระยะเวลารักษา 6-8 ชั่วโมง และใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน เพียง 2-3 วันเท่านั้น หลังจากนั้นสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ และสามารถทำการรักษาได้มากกว่า 1 ครั้ง
  4. ปลูกผมด้วยเทคนิค FUE สามารถไว้ผมทรง Skin head ได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแผลบนศีรษะ
  5. ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ เนื่องจากแผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก

ข้อเสีย

  1. รากผมที่ดึงออกมาจากหนังศีรษะ อาจจะขาดและไม่สมบูรณ์ มีโอกาสทำให้การขึ้นของผมไม่ดีและขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์ด้วย
  2. ความหนาแน่นของผมบริเวณท้ายทอยอาจจะลดลงจากเดิมประมาณ 20%

เทคนิคการปลูกผม DHI

การปลูกผมแบบ DHI จริง ๆ แล้วก็คือวิธีปลูกผมแบบเดียวกับ FUE ที่ใช้เทคนิคในการปลูกผมแบบที่ใช้การเจาะกราฟผมออกมาทีละกราฟ ซึ่งวิธีการนี้จะต่างจากการปลูกผมแบบ FUT ที่ใช้วิธีตัดหนังศีรษะออกมาเป็นทางยาว และนำมาตัดแต่งทีละกราฟ ซึ่งการปลูกผมแบบ DHI นี้จะใช้วิธีการที่เหมือนกับ FUE (จะเรียกว่าเป็นเทคนิคเดียวกันก็ได้) แต่การใช้เครื่องมือจะแตกต่างกัน คือ DHI จะใช้เครื่องมือ DHI Implanter ในการปลูก ส่วน FUE จะใช้เครื่องมือ Forceps ในการปลูกค่ะ ซึ่งเครื่องมือที่ต่างกันนี้ทำให้วิธีการปลูกผม และผลลัพธ์หลังปลูกที่ควบคุมทิศทางการเกิดของเส้นผมได้แม่นยำกว่าการปลูกผม FUE

ปลูกผม DHI

เทคนิคปลูกผม Lean

สำหรับการ ปลูกผมเทคนิค LEAN เป็นเทคนิคที่ต่อยอดมาจาก DHI แต่เพิ่มเติมขั้นตอนการตัดแต่งเนื้อเยื่อกราฟผมที่พิถีพิถัน เพื่อให้ได้กราฟที่คงคุณภาพ และมีเนื้อเยื่อไขมันหลงเหลืออยู่น้อยที่สุด เมื่อนำไปปลูกแล้วจะได้กราฟผมที่แน่นและชิดกันอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงยังเป็นเทคนิคที่ช่วยลดระยะเวลาในการปลูกผม มีแผลขนาดเล็กดูแลง่าย เหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยสะดวกพักฟื้นหลายวัน

ปลูกผมผู้หญิง แตกต่างจากปลูกผมผู้ชายหรือไม่ ?

ปลูกผม ผู้หญิง

การปลูกผมในกลุ่มคนไข้ผู้หญิงนั้น จะมีวิธีการและเทคนิคในการปลูกผมที่ไม่ต่างจากผู้ชายแต่ในขั้นตอนการลงกราฟผมจะต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ ให้ทิศทางเส้นผมดูเป็นธรรมชาติ กลมกลืนกับแนวเส้นผม และไรผมด้านหน้า เพราะผู้หญิงจะมีการจัดตกแต่งทรงผมที่บ่อยกว่าผู้ชาย ดังนั้นความต่างระหว่างการปลูกผมของผู้ชายและผู้หญิง คือผู้หญิงจะใช้เวลาในการปลูกนานกว่าเล็กน้อย ซึ่งเทคนิคในการปลูกผมก็สามารถเลือกปลูกได้ตั้งแต่เทคนิค FUE, DHI และเทคนิค Lean ค่ะ

ปลูกผมผู้หญิง
ปลูกผมผู้หญิง

ขั้นตอนการปลูกผมถาวร

สำหรับวิธีปลูกผม ก่อนอื่นต้องมีการออกแบบแนวผมก่อนเป็นอันดับแรก โดยขั้นตอนนี้แพทย์จะเป็นคนประเมินถึงแนวผมที่เหมาะสมกับคนไข้ และคำนวณปริมาณกราฟผมที่จะใช้ปลูก ก่อนจะเริ่มวาดแนวผมบริเวณหน้าผาก และเตรียมตัวสู่ขั้นตอนการผ่าตัดต่อไป

  1. โกนผมบริเวณท้ายทอยเพื่อเตรียมการเจาะกราฟผม และจะมีการฉีดยาชาเพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บของคนไข้ในระหว่างที่ทำการผ่าตัด
  2. เริ่มเจาะกราฟผมจากบริเวณด้านหลังออกมาทีละกราฟ โดยใช้อุปกรณ์การเจาะที่มีใบมีดเล็กและแหลมเพื่อลดการบวมช้ำของแผล
  3. นำกราฟผมที่ได้มาแช่น้ำยาเพื่อรักษาคุณภาพของกราฟ นำมาตัดแต่งเนื้อเยื่อต่าง ๆ ออก ก่อนจะนำไปปลูกยังบริเวณที่ได้มีการออกแบบแนวผมไว้ก่อนหน้านี้
  4. ระยะเวลาในการปลูกผมจะอยู่ที่ประมาณ 6-8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเทคนิคและจำนวนกราฟที่ปลูก
  5. เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วเข้ารับฟังคำแนะนำของแพทย์ และสามารถกลับบ้านได้เลย
ขั้นตอนปลูกผม ศัลยกรรมปลูกผม fue ถาวร

การเตรียมตัวก่อนปลูกผม และการดูแลหลังทำหัตถการ

ศัลยกรรมปลูกผม fue ถาวร
ศัลยกรรมปลูกผม fue ถาวร

ราคาของการปลูกผม

ปลูกผม ราคาเท่าไหร่ คงเป็นคำถามที่ใครหลายคนตั้งข้อสงสัยไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะการจะเลือกอะไรซักอย่างให้ตัวเองนั้น เราต้องคำนึงถึงผลลัพธ์และความคุ้มค่ากับราคาที่ต้องเสียไปด้วย ในการปลูกผมหนึ่งครั้ง ราคาที่ต้องจ่ายไปนั้นขึ้นอยู่กับค่าอะไรบ้าง ลองมาทำความเข้าใจกัน

  • กราฟผม หลัก ๆ แล้วราคาของการปลูกผมจะขึ้นอยู่กับกราฟผม คนไข้ที่มีปัญหาศีรษะล้าน ผมบาง แตกต่างกันไป จึงต้องใช้กราฟผมที่ต่างกัน ราคาก็จะต่างกันไปด้วย ยิ่งคนไข้ที่มีปัญหาผมบางมากและต้องใช้กราฟผมมาก ราคาก็จะสูงขึ้นด้วย
  • อุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นปากกา Implanter น้ำยาแช่กราฟผม และเครื่องมืออื่น ๆ เครื่องมือบางชนิดเป็นสิ่งที่ต้องใช้เคสต่อเคส เมื่อใช้เสร็จแล้วทิ้งเลย ราคาต้นทุนของการปลูกผมจึงรวมอยู่กับอุปกรณ์ด้วย
  • เทคนิคที่ใช้ปลูก ก็สำคัญเหมือนกัน เนื่องจากแต่ละเทคนิคมีขั้นตอนหรือรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แตกต่างกันออกไป ราคาจึงแตกต่างกันตามไปด้วย

โดยที่ All About Clinic ราคาปลูกผมจะเริ่มต้นดังนี้

  • เทคนิค FUE ราคาต่อกราฟ 69 บาท
  • เทคนิค DHI ราคาต่อกราฟ 79 บาท
  • เทคนิค Lean ราคาต่อกราฟ 89 บาท

ปลูกผมไปแล้ว นานไหมกว่าผมจะขึ้น

  1. ช่วง 2-5 วันแรก เป็นช่วงที่แผลจะเริ่มตกสะเก็ด ผิวหนังบริเวณศีรษะยังมีความบวมแดงจากการผ่าตัดอยู่เล็กน้อยถึงปานกลาง
  2. ช่วง 1-2 สัปดาห์ สะเก็ดแผลจะเริ่มร่วง และอาการบวมแดงจะหายไป ช่วงนี้เซลล์ผมที่ปลูกไปจะเริ่มงอกขึ้นมาให้เห็นประมาณ 2-3 มิลลิเมตร
  3. ช่วง 1-2 เดือน ผมที่ปลูกไปจะเริ่มร่วง เป็นช่วงที่เรียกว่า shock loss หลังปลูกผม
  4. ช่วง 3-4 เดือน ผมปลูกใหม่ที่ร่วงไปจะกลับมาขึ้นอีกครั้ง แต่ยังมีลักษณะเส้นเล็ก ๆ โดยจะยาวและแข็งแรงขึ้นในเดือนต่อ ๆ ไป
  5. ช่วง 6-7 เดือน เป็นช่วงที่ผมเริ่มยาวขึ้นและแข็งแรงขึ้น เส้นหนากว่าตอนที่ผมขึ้นแรก ๆ
  6. ช่วง 1-2 ปีต่อมา เป็นช่วงที่จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น โดยผมที่ปลูกใหม่จะยาวขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มบริเวณที่ปลูก

ผลลัพธ์ของการปลูกผม

กว่าจะเห็นผลลัพธ์การรีวิวปลูกผม ต้องใช้ระยะเวลาเป็นเดือนหรืออาจเป็นปี โดยจะเห็นได้เต็มที่ในช่วง 1 ปี – 1 ปีครึ่ง เส้นผมที่ขึ้นมาใหม่จะมีความแข็งแรง เริ่มกลมกลืนไปกับแนวผมเดิมอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนประสิทธิภาพของผลลัพธ์จะสร้างความพึงพอใจมากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของกราฟผมของคนไข้เอง เทคนิคที่ใช้ปลูก ฝีมือของทีมแพทย์ที่ปลูกผม และการดูแลตัวเองของคนไข้ โดยหลังการปลูกผมคนไข้ควรดูแลกราฟผมตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

การใช้ยาแก้ผมร่วง สามารถรักษาศีรษะล้านได้หรือไม่

ในปัจจุบันการใช้ ยาแก้ผมร่วง ในไทย มีตัวยาสองชนิดที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยในการใช้ยา โดยมีทั้งยาชนิดทาน และยาชนิดทาบริเวณที่ ผมร่วงเยอะมาก ได้แก่ ยา Finasteride และยา Minoxidil โดยยาแต่ละตัวจะมีการออกฤทธิ์ดังนี้

  • Finasteride ยาแก้ผมร่วงชนิดทาน ที่จะช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์  5α-reductase ส่งผลให้ฮอร์โมน DHT ลดน้อยลง และช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผม ซึ่งตัวยาจะใช้ไม่ได้ผลในผู้หญิง ส่วนผลข้างเคียงคือทำให้เกิดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แต่สามารถหายได้เองหลังหยุดทานยาค่ะ
  • Minoxidil ตัวยาชนิดนี้มีทั้งแบบใช้ทาภายนอก และชนิดทาน เป็นยาแก้ผมร่วงที่ใช้ได้ผลทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตัวยาจะช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้เลือกไปเลี้ยงรากผม กระตุ้นการงอก และช่วยยืดอายุขัยของเส้นผมได้

ซึ่งในการใช้ยาเพื่อแก้ผมร่วงนั้น จะเป็นการช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผม และช่วยบำรุง กระตุ้นการงอกของเส้นผมได้ แต่ไม่สามารถช่วยหยุดปัญหาศีรษะล้านได้อย่างถาวร หากมีการหยุดใช้ยาก็อาจจะทำให้ปัญหาผมร่วงกลับมาอีกครั้ง ต่างจากการปลูกผมถาวร ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาศีรษะล้านได้ทันที 

อยากผมหนา ต้องมาที่ AAC ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
อยากผมหนา ต้องมาที่ AAC ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

AAC Medical Hair Center บริการปลูกผม หลากหลายสาขา

ตอบคำถามที่ว่า ปลูกผมที่ไหนดี ที่ ALL ABOUT CLINIC ถือเป็นคลินิกปลูกผมที่ใช้นวัตกรรมที่ทันสมัยจากสหรัฐอเมริกา ด้วยเทคนิค FUE, DHI และเทคนิคใหม่ LEAN ซึ่งเป็นเทคนิคปลูกผมที่ทำให้แผลเป็นมีขนาดเล็กลง ไม่ต้องพักฟื้นและยังใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพซึ่งสามารถควบคุมทิศทางของรากผมได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้ผมที่เกิดขึ้นใหม่นั้นกลมกลืนไปกับผมของคุณอย่างเป็นธรรมชาติ

สำหรับท่านที่สนใจปลูกผมที่ All About Clinic กับหมอพอล เราก็มีคลินิกบริการรองรับหลายสาขา ไม่ว่าเข้าใช้บริการที่สาขาใด ในการปลูกผมหมอพอลก็จะดูแลทุกเคส เพื่อให้มั่นใจว่าปลูกผมครั้งเดียวจบ ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ

  • ปลูกผม ขอนแก่น

All About Clinic สาขาขอนแก่น ให้บริการปลูกผม ศัลยกรรม และการดูแลรูปหน้าผิวพรรณครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น เสริมจมูก ขอนแก่น, ฉีดโบท็อก ,ฟิลเลอร์ หรือบริการหมวดอื่น ๆ อย่างการรักษาเล็บขบ ที่เน้นการรักษาในครั้งเดียวจบ ไม่กลับมาเป็นซ้ำ โดยที่ตั้งสาขาอยู่เยื้องกับหมู่บ้านบุศรินทร์ ก่อนถึงวงเวียนบึงหนองโคตร

  • ปลูกผม อุดร

ส่วนสาขาอุดร ตั้งอยู่ที่หัวมุมแยกสี่ศรัทธา ห่างจากตึกคอมอุดรธานี 300 เมตร บริการต่าง ๆ ที่สาขาอุดรธานีก็มีทั้ง ปลูกผม, เสริมจมูก อุดร, ทำตาสองชั้น, เสริมคาง และบริการดูแลผิวพรรณต่าง ๆ

  • ปลูกผม พระโขนง

สาขาพระโขนง เปิดให้บริการทุกวัน ที่ตั้งอยู่ใกล้ BTS พระโขนง ทางออกที่ 1 มีบริการปลูกผม , ทำจมูก , ฉีดฟิลเลอร์, ฉีดแฟต และบริการคลินิกเสริมความงามแบบครบครัน ด้วยทีมแพทย์มากประสบการณ์

นอกจาก 3 สาขาด้านบนแล้ว ที่ AAC เราก็ได้เปิดให้บริการสาขาใหม่ล่าสุดที่จังหวัดนครราชสีมา รองรับบริการ ปลูกผม โคราช, เสริมจมูก โคราช และบริการคลินิกศัลยกรรม คลินิกปลูกผมแบบเต็มรูปแบบ จัดเต็มเครื่องมือที่ได้มาตรฐานด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุด ท่านสามารถติดตามข่าวสารการเปิดสาขาใหม่ได้ที่ไลน์ Official @aaccenter ได้เลย เพื่อไม่ให้พลาดโปรโมชั่นฉลองสาขาใหม่กับเราค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

1. ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV สามารถรับการปลูกผมได้หรือไม่ ?

สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาในเรื่องของการติดเชื้อ HIV ยังคงสามารถรับการปลูกผมได้ตามปกติ แต่จะต้องมีการเตรียมตัวและมีขั้นตอนการผ่าตัดปลูกผมที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยทางแพทย์จะขอทราบผลเลือด 2 ตัวสำคัญ คือ ระดับของเชื้อไวรัสในร่างกาย หรือที่เรียกว่า Viral Load ซึ่งจะหมายถึง จำนวนไวรัส HIV ในกระแสเลือด หากมีจำนวนค่าตัวนี้ต่ำที่สุดจะยิ่งดี โดยควรมีค่าเป็น Undetectable หรือก็คือน้อยกว่า 20 ตัวต่อเลือด 1 CC

และค่าระดับเม็ดเลือดขาว CD4 ซึ่งเป็นเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยค่าปกติอยู่ที่ประมาณ 500–1,500 ต่อเลือด 1 CC โดยหากมีค่า CD4 น้อยกว่า 200 ก็จะถือว่าเป็น Aids zone ซึ่งจะมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะเกิดการติดเชื้อฉวยโอกาสต่าง ๆ ได้ง่าย เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรง

ดังนั้น หากคนไข้มีค่าระดับของทั้ง 2 ตัวนี้อยู่ในระดับที่ดี หรือได้รับการรักษาจนอาการคงที่ และเชื้ออยู่ในระยะที่ไม่สามารถแพร่เชื้อได้แล้วก็สามารถทำการปลูกผมได้ตามปกติค่ะ

2. ปลูกผมทับรอยแผลเป็นได้หรือไม่ ?

ผู้ที่ต้องการปลูกผมเพื่อปกปิดรอยแผลเป็น ทั้งแผลเป็นที่มีมาตั้งแต่เกิด แผลเป็นจากอุบัติเหตุ หรือจากการผ่าตัด สามารถทำการปลูกผมได้ แต่จะมีข้อจำกัด คือ เนื้อเยื่อบริเวณแผลเป็นจะมีลักษณะที่ค่อนข้างแข็ง ไม่ยืดหยุ่นเหมือนผิวหนังบริเวณอื่น ๆ และเป็นบริเวณที่มีเลือดไหลเวียนมาเลี้ยงรากผมน้อยกว่าปกติ หากทำการปลูกผมทับรอยแผลเป็นนี้ ผลลัพธ์ของอัตราการขึ้นของเส้นผมหลังปลูกก็อาจจะไม่เต็มร้อยหรืออาจมีผมขึ้นแค่ครึ่งเดียวถ้าเทียบกับการปลูกผมบริเวณปกติ ทั้งนี้ ไม่ใช่รอยแผลเป็นทุกรอยจะสามารถปลูกผมได้ คนไข้จะต้องได้รับการพิจารณาจากแพทย์ก่อนทุกครั้งว่าสามารถปลูกผมได้

3. ปลูกผมมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนไหม ?

การปลูกผมเป็นหัตถการที่ถือว่าเป็นการผ่าตัดเล็ก ซึ่งจะมีความปลอดภัยสูงและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้น้อยมาก โดยอาจจะมีอาการบวมบริเวณหน้าผากจนถึงตา และมีสิวเกิดขึ้นในบริเวณที่ปลูกผมหรือบริเวณท้ายทอย แต่อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเองจนเป็นปกติ ทั้งนี้ หากคนไข้เข้ารับการผ่าตัดรักษากับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูง จะช่วยทำให้เกิดผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนได้น้อยมากนั่นเอง

4. ปลูกผมถาวรมีผลกระทบต่อสมองหรือไม่ ?

การรักษาผมบาง ศีรษะล้าน ด้วยการปลูกผมถาวรไม่ส่งผลกระทบ หรือเกี่ยวข้องใด ๆ กับบริเวณสมอง และอวัยวะภายในของคนไข้ เพราะการปลูกผมเป็นการผ่าตัดในบริเวณชั้นผิวหนังเท่านั้น

5. ปลูกผมแล้วสามารถทำสีผมได้ไหม ?

การทำสีผมหลังจากปลูกผมมาแล้ว คนไข้สามารถทำสีได้ตามปกติ โดยควรทำหลังจากปลูกผมมาแล้ว ประมาณ 1-3 เดือน เพื่อให้แผลหลังการผ่าตัดปลูกผมปิดสนิทดีแล้ว รวมทั้งการลงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ บนหนังศีรษะ ทั้งการทำสีผม กัดสีผม ดัดผม หรือการทำ Treatment ต่าง ๆ ก็ควรทำหลังจากที่มั่นใจว่าแผลทุกแผลปิดสนิท จากนั้นผู้ที่ปลูกก็จะสามารถทำอะไรกับเส้นผมได้ตามปกติเหมือนเดิมค่ะ

หรือหากคนไข้ท่านใดที่ต้องการย้อมผมหรือทำสีผมก่อน สามารถทำล่วงหน้ามาก่อนเข้ารับการผ่าตัด อย่างน้อย 14 วัน แต่ไม่ควรปล่อยให้หนังศีรษะมีอาการอักเสบ หากมีอาการอักเสบจะต้องทำการรักษาให้หายก่อนถึงจะสามารถทำการผ่าตัดปลูกผมได้

6. ปลูกผมแบบย้ายราก สามารถทำได้กี่ครั้ง ?

ตัวกำหนดสำหรับจำนวนครั้งที่สามารถปลูกผมได้ คือ ปริมาณของเส้นผมด้านหลังที่จะสามารถนำรากผมออกมาสำหรับการปลูกในครั้งต่อ ๆ ไปได้หรือไม่ โดยที่จะไม่ทำให้บริเวณผมด้านหลังดูบางลง ซึ่งจำนวนกราฟผมนี้ก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย ทั้งนี้ แพทย์จะแนะนำให้ทำการปลูกผมให้จบภายใน 1-2 ครั้งเท่านั้น เนื่องจากการปลูกผมแต่ละครั้งใช้ระยะเวลานาน รวมถึงหนังศีรษะอาจจะอ่อนแอลง เลือดไหลเวียนได้ไม่ดีเหมือนหนังศีรษะปกติ และผมอาจจะงอกได้ไม่ดีเท่ารอบแรก

7. ผู้ที่เป็นไวรัสตับอักเสบ ปลูกผมได้ไหม ?

ผู้ที่เป็นไวรัสตับอักเสบชนิด A B และ C สามารถปลูกผมได้ตามปกติ โดยไวรัสตับอักเสบชนิด A จะเป็นโรคของทางเดินอาหารที่สามารถหายได้เอง แทบจะไม่เป็นอันตรายอะไรและไม่ต่างจากคนปกติทั่วไป หลังจากที่รักษาหายแล้วก็สามารถเข้ารับการปลูกผมได้ แต่ในส่วนของไวรัสตับอักเสบชนิด B และ C เป็นโรคที่อยู่ในกระแสเลือด มีโอกาสที่จะได้รับการกินยาต้านจากแพทย์เจ้าของไข้ ถึงแม้การทานยาต้านไวรัสนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด หรือการที่จะทำให้เมื่อมีเลือดออกแล้วหยุดยาก แต่ก็ควรจะทำการปรึกษากับแพทย์เจ้าของไข้ก่อนว่ามีข้อจำกัดด้านใดบ้างหรือไม่ หากมีอาการอยู่ในระดับคงที่ ไม่มีโรคแทรกซ้อน หรือไม่ได้รับยาชนิดอื่นเพื่อรักษาเพิ่มเติม ก็จะสามารถทำการปลูกผมได้ตามปกติเช่นกันค่ะ

8. หลังปลูกผมเสร็จทันที จะมีอาการปวดหัวหรือไม่ ?

โดยปกติทั่วไปหลังจากทำการปลูกผมเสร็จทันทีจะไม่มีอาการปวด เนื่องจากอาจจะยังมีฤทธิ์ของยาชาคงเหลืออยู่ แต่เมื่อยาชาหมดฤทธิ์คนไข้อาจจะมีอาการปวดบริเวณแผลเล็กน้อย แต่อาการปวดเหล่านี้จะค่อย ๆ ลดลงและหายไป ประมาณ 2-3 วัน และจะมีอาการตึง ๆ บริเวณแผลด้านหลังเข้ามาแทน แต่อาการทั้งหมดนี้ก็จะหายเป็นปกติอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วัน และหากคนไข้มีอาการปวดสามารถบรรเทาได้ด้วยการทานยาแก้ปวดค่ะ