Home » ปลูกผมเจ็บไหม หลังปลูกเจ็บกี่วัน เปรียบเทียบแต่ละเทคนิค

ปลูกผมเจ็บไหม หลังปลูกเจ็บกี่วัน เปรียบเทียบแต่ละเทคนิค

ปลูกผมเจ็บไหม หลังปลูกเจ็บกี่วัน เปรียบเทียบแต่ละเทคนิค

สนใจปลูกผมแต่กลัวทนเจ็บไม่ไหว เช็กข้อมูลก่อนได้ ปลูกผมเจ็บไหม หลังปลูกผมเจ็บกี่วัน เทคนิคไหนเจ็บมากเจ็บน้อย AAC HAIR Clinic มีคำตอบ

ปลูกผมเจ็บไหม

การปลูกผมทั่วไปแล้วจะไม่รู้สึกเจ็บในขณะที่ผ่าตัด เนื่องจากเป็นการผ่าตัดเล็ก และมีการใช้ยาชาเฉพาะจุด แต่อาจรู้สึกเจ็บนิดๆ ตอนที่ฉีดยาชา อย่างไรก็ตาม สำหรับช่วงหลังปลูกผมนั้น ก็อาจมีอาการเจ็บ ปวด ตึง ได้ระยะหนึ่ง ซึ่งก็สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวด

หลังปลูกผมเจ็บมากแค่ไหน

หลังปลูกผมทั่วไปแล้วจะมีอาการเจ็บในระดับเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งยังลดลงจนใกล้เคียงปกติได้ภายในไม่กี่วัน ทั้งนี้ก็เนื่องด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์จ่าย ประกอบกับเทคนิคการปลูกผมสมัยใหม่ที่ทำให้เกิดรอยแผลเล็กลง

ตัวอย่างจากงานวิจัยเช่น งานวิจัยในประเทศเกาหลีใต้ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2019 พบว่าผู้ที่ปลูกผมด้วยเทคนิค Follicular Unit Extraction (FUE) จำนวนทั้งสิ้น 39 คน ได้ให้คะแนนความเจ็บเฉลี่ย 1.26 จากเต็ม 5 ในวันที่ 1 หลังปลูกผม และลดลงมาเป็น 0.67, 0.31, 0.21, 0.18 และ 0.13 ในวันที่ 2, 3, 4, 5 และ 7 ตามลำดับ โดยทุกคนนั้นได้ยาแก้ปวด Aceclofenac เป็นเวลา 3 วันหลังปลูกผม

หลังปลูกผมเจ็บกี่วัน

หลังปลูกผมส่วนใหญ่มักมีอาการเจ็บ ปวด ตึง ไม่เกิน 7 วัน โดยมีรายละเอียดกรอบเวลาคร่าวๆ ดังนี้

  • 48 ชั่วโมงแรก อาการเจ็บ ปวด ตึง จะมากสุดในช่วงนี้ ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์จ่ายให้
  • 3-7 วัน อาการเจ็บ ปวด ตึง จะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ หลายคนรู้สึกแทบเป็นปกติตั้งแต่ประมาณวันที่ 3
  • หลัง 1 สัปดาห์ ส่วนใหญ่จะรู้สึกแทบเป็นปกติหมดแล้วในช่วงนี้ หากใครรู้สึกเจ็บรุนแรงหรือเจ็บมากขึ้นอย่างชัดเจน ก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์ เช่น เกิดการติดเชื้อ

เปรียบเทียบเทคนิค FUT, FUE, DHI และ LEAN

อาการเจ็บและความไวในการพักฟื้นหลังปลูกผม แท้จริงแล้วจะขึ้นอยู่กับเทคนิคการปลูกผมที่ใช้ด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • FUT (ย่อมาจาก Follicular Unit Transplantation) เป็นเทคนิคปลูกผมที่อาศัยการตัดหนังศีรษะจากบริเวณท้ายทอยเป็นแถบยาว เพื่อนำเอาเซลล์รากผมไปปลูกในบริเวณที่มีปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน เช่น บริเวณหน้าผาก หรือกลางศีรษะ แล้วเย็บปิดแผลบริเวณที่ถูกตัดหนังศีรษะออกไป ซึ่งปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้เทคนิคนี้แล้ว เพราะเกิดแผลใหญ่กว่าเทคนิคอื่น ทำให้เจ็บมากกว่า และใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า
  • FUE (ย่อมาจาก Follicular Unit Extraction) เป็นเทคนิคปลูกผมที่อาศัยการเจาะเพื่อนำเอารากผมบริเวณท้ายทอยออกมา แล้วนำมาปลูกในบริเวณที่มีปัญหาทีละกราฟต์ เมื่อเทียบกับเทคนิค FUT แล้ว เทคนิค FUE จะก่อให้เกิดแผลเล็กกว่า ทำให้เจ็บน้อยกว่าและพักฟื้นได้ไวกว่า
  • DHI (ย่อมาจาก Direct Hair Implantation) เป็นเทคนิคปลูกผมที่อาศัยการเจาะเพื่อนำเอารากผมบริเวณท้ายทอยออกมาทีละกราฟต์คล้าย FUE แต่ต่างกันตรงที่เทคนิค DHI นั้นจะใช้ DHI Implanter (หรืออาจเรียกว่า Choi Implanter Pen) ซึ่งเป็นเครื่องมือเฉพาะในการปลูก มีข้อดีคือทำได้ทั้งเจาะและปลูกในเครื่องมือเดียว ทำให้ไม่ต้องผ่าเปิดบริเวณที่จะปลูกผมเตรียมไว้ล่วงหน้า อีกทั้งยังช่วยให้ควบคุมทิศทาง มุม และความลึกในขณะที่ปลูกผมได้แม่นยำขึ้น ในขณะที่เทคนิค FUE นั้นจะใช้ Forceps ในการปลูก ซึ่งต้องผ่าเปิดบริเวณที่จะปลูกผมเตรียมไว้ล่วงหน้า เมื่อเทียบกันแล้ว เทคนิค DHI จึงมักให้แผลเล็กกว่า ส่งผลให้เจ็บน้อยกว่า และพักฟื้นได้ไวกว่าเทคนิค FUE
  • LEAN เป็นเทคนิคปลูกผมเฉพาะที่หมอพอล AAC HAIR Clinic ได้พัฒนาต่อยอดมาจากเทคนิค DHI มีการเพิ่มขั้นตอนของการตัดแต่งเนื้อเยื่อไขมันกราฟต์ผม และใช้เครื่องมือนำปลูกเฉพาะ ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ที่ปลูกผม ประกอบกับมีหัวเจาะขนาดเล็กมาก ทำให้เกิดแผลที่เล็กลง ส่งผลให้เจ็บน้อยลง บวมช้ำน้อยลง พักฟื้นไวขึ้น ทั้งยังปลูกผมได้ชิดแน่นกว่าเทคนิคอื่น

ซึ่งที่ AAC HAIR Clinic ก็มีเทคนิคปลูกผมให้เลือกทั้ง FUE, DHI, LEAN รวมไปถึง Non-Shaven และ Long Hair ที่ช่วยให้ไม่ต้องโกนผม ทำให้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันอย่างกลมกลืนได้เร็วขึ้น คนอื่นดูแทบไม่รู้ว่าปลูกผมมา

อาการอื่นๆ ในช่วงพักฟื้นหลังปลูกผม

นอกจากอาการเจ็บ ปวด ตึงแล้ว หลังปลูกผมก็ยังอาจมีอาการต่างๆ เหล่านี้ได้อีก

  • อาการบวม อาการบวมบนใบหน้าโดยเฉพาะบริเวณหน้าผากและรอบดวงตา เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามปกติในบางคนหลังปลูกผม เกิดจากการสะสมชั่วคราวของยาชาที่ฉีด โดยจะค่อยๆ ยุบลงจนเป็นปกติเองได้ภายใน 7-10 วัน
  • อาการชา สำหรับอาการชาที่เกิดจากฤทธิ์ของยาชา ก็มักหายได้เองหลังปลูกผมภายใน 4-10 ชั่วโมง แต่สำหรับอาการชาที่เกิดจากเส้นประสาทถูกกระทบกระเทือนจากการผ่าตัด ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ในบางคนเป็นปกติ ก็มักค่อยๆ ดีขึ้นและหายได้เองภายใน 1-3 เดือน แต่ก็มีน้อยคนที่อาจมีอาการชานานถึง 6-12 เดือน (เส้นประสาทส่วนปลายของเรางอกใหม่ได้เฉลี่ยเดือนละ 1 นิ้ว ซึ่งจะต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายแต่ละคน)
  • อาการคัน เกิดจากความแห้งและการตกสะเก็ด ทั่วไปแล้วสามารถบรรเทาได้ด้วยการสระผมเบาๆ ด้วยความระมัดระวังตามคำแนะนำของแพทย์ (ทำได้ในช่วงวันที่ 3 หลังปลูกผมเป็นต้นไป)
  • สิวขึ้น เป็นอาการชั่วคราวที่พบได้เป็นปกติ มักเกิดจากต่อมรากผมอุดตันหรือการอักเสบ หากไม่รู้สึกเจ็บก็สามารถปล่อยให้แห้งเองได้ แต่หากรู้สึกเจ็บหรือสิวมีขนาดใหญ่ก็ควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการดูแลจัดการ ทั้งนี้ไม่ควรใช้มือสัมผัสหรือแกะเกา เพราะอาจทำให้เสี่ยงติดเชื้อเพิ่มขึ้น
  • ตกสะเก็ด เป็นอาการปกติที่เกิดจากกระบวนการฟื้นฟู ไม่ควรสัมผัสหรือแกะเกา เพราะจะเสี่ยงติดเชื้อ สะเก็ดเหล่านี้มักหลุดร่วงได้เองภายใน 7-14 วัน แต่หากสะเก็ดยังคงอยู่หลัง 14 วัน หรือมีอาการผิดปกติ เช่น มีเลือดออกมาก มีอาการปวด หรือมีลักษณะแดงเรื้อรัง ก็ควรปรึกษาแพทย์
  • Shock Loss คืออาการผมร่วงชั่วคราว เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติหลังปลูกผมในบางคน มักเกิดในช่วง 2-8 สัปดาห์ เกิดจากภาวะเครียดทางกายและอาการบาดเจ็บจากการผ่าตัด โดยผมที่หลุดร่วงจะงอกคืนได้ภายใน 3-6 เดือน

ข้อแนะนำการปฏิบัติตัวช่วงพักฟื้น

การปฏิบัติตัวที่ดีในช่วงพักฟื้น จะมีผลช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูของแผลและกราฟต์ผม ทั้งยังอาจช่วยลดความรุนแรงและโอกาสเกิดของอาการผิดปกติต่างๆ ได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น

  • กินยาตามที่แพทย์จ่าย หลังปลูกผมควรกินยาตามที่แพทย์จ่าย ซึ่งอาจประกอบด้วยยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ และยาปลูกผม ตามแต่ที่แพทย์พิจารณาในแต่ละกรณี
  • นอนด้วยท่าที่เหมาะสม ห้ามนอนคว่ำหรือนอนตะแคง ควรนอนหงายโดยใช้หมอนรองคอรูปตัว U หรือหมอนเป่าลมแบบโดนัท เพื่อไม่ให้บริเวณที่ปลูกผมสัมผัสกับหมอนหรือพื้นผิวใดโดยตรง การใช้หมอนจะช่วยยกศีรษะให้สูงขึ้น ซึ่งมีผลดีในแง่ช่วยลดอาการบวม การนอนในลักษณะนี้ควรทำอย่างน้อยใน 7-10 วันแรก หรือตามคำแนะนำของแพทย์
  • เลี่ยงการสัมผัส ห้ามสัมผัสหรือแกะเกา รวมถึงควรระวังไม่ให้ศีรษะสัมผัสหรือกระแทกกับสิ่งต่างๆ เพราะอาจกระทบต่อกราฟต์ผมและทำให้เสี่ยงติดเชื้อเพิ่มขึ้น
  • เลี่ยงออกกำลังกาย เลี่ยงการออกกำลังกายและกิจกรรมที่ต้องใช้แรงเยอะเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังปลูกผม เพราะอาจกระทบกราฟต์ผมที่ยังไม่ฟื้นตัวดี และอาจทำให้เกิดเหงื่ออับ ซึ่งทำให้เสี่ยงติดเชื้อเพิ่มขึ้น
  • เลี่ยงแดด เลี่ยงอย่าให้บริเวณที่ปลูกผมสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน เพราะรังสียูวีอาจสร้างความเสียหายต่อกราฟต์ผม
  • สระผมอย่างถูกวิธี ห้ามสระผมในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังปลูกผม หลังจากนั้นสามารถสระผมได้ด้วยความระมัดระวังตามคำแนะนำของแพทย์ ทั่วไปแล้วจะให้ใช้น้ำเกลือหรือน้ำสะอาดบรรจุขวดสเปรย์ฉีดพ่นเบาๆ และอาจใช้แชมพูสูตรอ่อนๆ ห้ามใช้ฝักบัวหรือก๊อกน้ำซึ่งมีแรงดันสูง ห้ามถูหรือขยี้ผมและหนังศีรษะ ควรให้น้ำเพียงแค่ไหลผ่านบริเวณที่ปลูกผม แล้วซับเบาๆ ให้แห้งด้วยผ้าขนหนูสะอาดนุ่มๆ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรหลีกเลี่ยงอย่างน้อยใน 1-2 สัปดาห์แรก เพราะแอลกอฮอล์ทำให้เลือดแข็งตัวแย่ลง จึงมีผลเสียต่ออาการบวม และอาจทำให้เสี่ยงมีเลือดออกมากขึ้น นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ก็ยังมีผลเสียต่อระบบภูมิคุ้มกัน จึงทำให้เสี่ยงติดเชื้อเพิ่มขึ้น และยังอาจรบกวนกระบวนการฟื้นฟูของแผลอีกด้วย
  • งดสูบบุหรี่ ควรหลีกเลี่ยงอย่างน้อยใน 2-4 สัปดาห์แรก เพราะสารในบุหรี่มีผลรบกวนการไหลเวียนของเลือด ทำให้เซลล์รากผมได้รับออกซิเจนและสารอาหารน้อยลง ทำให้แผลหายช้า และยังอาจทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงจนเสี่ยงติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ แม้ในกรณีของบุหรี่มือสอง (ได้รับควันบุหรี่ที่สูบโดยผู้อื่น) ก็อาจก่อให้เกิดผลเสียเหล่านี้ได้ ทางที่ดีจึงควรหลีกเลี่ยงด้วยเช่นกัน
  • ดูแลจัดการความเครียด ความเครียดที่มากเกินไปอาจมีผลกระทบต่อการฟื้นฟู ทั้งยังอาจทำให้เกิดผมร่วงได้ชั่วคราว โดยอาจบรรเทาได้ด้วยกิจกรรมผ่อนคลายต่างๆ เช่น นั่งสมาธิ ฟังเพลงผ่อนคลาย นอนหลับให้เพียงพอ พูดคุยสนุกสนานกับคนสนิท เป็นต้น
  • รับประทานอาหารให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงาน โปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี ไบโอติน วิตามินซี ตลอดจนสารอาหารสำคัญอื่นๆ อย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการฟื้นฟูของแผลและกราฟต์ผม
  • หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนและสารเคมีกับเส้นผม การทำสีผม ดัดผม ยืดผม ใช้ความร้อน หรือใช้น้ำยาเคมีต่างๆ กับเส้นผม ควรรออย่างน้อย 3-6 เดือน หรือจนกว่าแพทย์จะอนุญาต เพราะความร้อนและสารเคมีที่รุนแรงอาจเป็นอันตรายต่อรากผมที่ปลูกใหม่ได้
  • ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผม หากต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ปลูกผม เซรั่ม วิตามินบำรุงผม หรือยาปลูกผมอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์ของการปลูกผม
  • ติดตามผลกับแพทย์ตามนัด ควรพบแพทย์ตามนัดเพื่อรับการประเมินผลการเจริญเติบโตของเส้นผม ตรวจสอบสุขภาพหนังศีรษะ และรับคำปรึกษาเพิ่มเติมหากจำเป็น

วิธีรักษาอื่นๆ นอกจากการปลูกผม

แม้ว่าการปลูกผมจะเป็นวิธีรักษาอาการผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านที่มีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่ใช่วิธีรักษาเดียว สำหรับแนวทางการรักษาอื่นๆ ที่อาจพิจารณาได้ ก็อย่างเช่น

  • ใช้ยา ยาบางชนิด เช่น Minoxidil และ Finasteride สามารถช่วยชะลอหรือหยุดปัญหาผมร่วงและผมบาง รวมทั้งกระตุ้นให้เส้นผมงอกใหม่ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะผมร่วงหรือผมบางในบางกรณี แต่ทั้งนี้ ก็ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้นเพื่อความปลอดภัย
  • ใช้เลเซอร์พลังงานต่ำ (Low-Level Laser Therapy, LLLT) คือการใช้เลเซอร์พลังงานต่ำยิงกระตุ้นที่ต่อมรากผม ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น และช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม วิธีนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีอาการผมร่วงหรือผมบางในระยะที่ไม่รุนแรงนัก
  • ฉีดพลาสมาเกล็ดเลือดเข้มข้น (Platelet-Rich Plasma Therapy, PRP Therapy) คือการฉีดพลาสมาเกล็ดเลือดเข้มข้นซึ่งได้มาจากตัวผู้รับการรักษาเองเข้าสู่หนังศีรษะ โดยเนื้อพลาสมานี้มีสารกระตุ้นการเจริญเติบโตหลายชนิดที่ช่วยส่งเสริมการงอกใหม่ของเส้นผมและลดการหลุดร่วง

บทสรุป

การปลูกผมทั่วไปแล้วจะไม่รู้สึกเจ็บในขณะที่ผ่าตัด เพราะแพทย์จะใช้ยาชา แต่หลังปลูกก็จะมีอาการเจ็บ ปวด ตึงได้ระยะหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์จ่ายให้ ส่วนใหญ่แล้ว อาการเจ็บ ปวด ตึง หลังปลูกผมจะหายจนรู้สึกใกล้เคียงปกติภายใน 1 สัปดาห์ แต่หากใครรู้สึกเจ็บรุนแรงหรือเจ็บมากขึ้นอย่างชัดเจน ก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์ เช่น เกิดการติดเชื้อ

เมื่อเทียบกันแล้ว เทคนิคการปลูกสมัยใหม่ อย่างเช่น FUE, DHI รวมถึง LEAN ซึ่งเป็นเทคนิคที่พัฒนาขึ้นโดยหมอพอล AAC HAIR Clinic ก็จะก่อให้เกิดแผลที่เล็กกว่า จึงทำให้เจ็บน้อยกว่า และพักฟื้นได้ไวกว่า เมื่อเทียบกับเทคนิคเก่าๆ อย่าง FUT

AAC HAIR Clinic คลินิกปลูกผม ดูแลเส้นผม โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

AAC HAIR Clinic เป็นคลินิกปลูกผม ดูแลเส้นผม ศัลยกรรม ดูแลผิวพรรณ โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ ปัจจุบันมีสาขาครอบคลุมหลายจังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ขอนแก่น อุดรธานี โคราช และอุบลราชธานี

ที่ผ่านมา AAC HAIR Clinic ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการจำนวนมาก รวมถึงบรรดาดาราและคนดัง ให้เป็นผู้เคียงข้างดูแลสุขภาพเส้นผม เนื่องด้วยจุดเด่นในด้านต่างๆ อาทิ

  • ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการปลูกผม AAC HAIR Clinic มีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการปลูกผมโดยเฉพาะ ซึ่งล้วนผ่านการฝึกอบรมและสั่งสมประสบการณ์มายาวนาน
  • เทคนิคการปลูกผมที่ทันสมัย มั่นใจด้วยเทคนิคการปลูกที่ทันสมัย ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ แทบไม่เห็นรอยแผลเป็น ฟื้นตัวได้เร็ว มีให้เลือกครอบคลุมหลายเทคนิคทั้ง FUE, DHI, Long Hair, Non-Shaven รวมถึงเทคนิค LEAN ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะที่หมอพอล AAC HAIR Clinic ได้พัฒนาขึ้นมา มีจุดเด่นคือช่วยลดอาการบวมช้ำ ลดขนาดแผล และยังช่วยให้สามารถปลูกกราฟต์ผมได้ชิดกันมากขึ้น
  • การดูแลแบบองค์รวม ใส่ใจครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการให้คำปรึกษา การวางแผนการรักษา ไปจนถึงการดูแลหลังปลูกผม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืนสูงสุด
  • บริการที่อบอุ่น อุ่นใจได้ด้วยทีมงานที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการรักษา คอยเคียงข้างดูแลคุณในทุกขั้นตอน

หากคุณกำลังประสบปัญหาเรื่องเส้นผม ก็สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์ฟรี AAC HAIR Clinic ยินดีให้ข้อมูลและคำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา พร้อมประเมินปัญหาเฉพาะบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ดูเพิ่มเติม : รีวิวปลูกผมที่ AAC HAIR & All About Clinic