Home » ปลูกผมต้องวางยาสลบไหม มีวิธีป้องกันความเจ็บอย่างไร

ปลูกผมต้องวางยาสลบไหม มีวิธีป้องกันความเจ็บอย่างไร

ปลูกผมต้องวางยาสลบไหม มีวิธีป้องกันความเจ็บอย่างไร

การปลูกผมต้องวางยาสลบไหม หรือใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ก็พอ อีกคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัย AAC HAIR Clinic มีคำตอบ

ปลูกผมวางยาสลบไหม

การปลูกผมโดยทั่วไปจะไม่วางยาสลบ เพราะเป็นการผ่าตัดเล็ก การใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ก็นับว่าเพียงพอต่อการระงับความเจ็บปวดแล้ว

นอกจากนี้แล้ว การใช้ยาสลบโดยเฉพาะสำหรับหัตถการที่ใช้เวลานานอย่างการปลูกผม ก็จะก่อให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยอาจเกิดผลข้างเคียงต่างๆ เช่น คลื่นไส้ เจ็บคอ ปวดหัว มึนงงสับสน ปากแห้ง แผลกดทับ ตลอดจนอาการผิดปกติร้ายแรงที่มีโอกาสเกิดน้อย อาทิ หายใจผิดปกติ ระบบประสาทเสียหาย เป็นต้น จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้การใช้ยาชาเฉพาะที่เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าในกรณีส่วนใหญ่

ชมคลิป YouTube: ปลูกผมต้องวางยาสลบไหม

ปลูกผมมีวิธีป้องกันความเจ็บอย่างไร

ก่อนปลูกผมแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ จึงทำให้ไม่รู้สึกเจ็บในขณะที่ผ่าตัด หรือในบางคนที่รู้สึกกังวลมาก แพทย์ก็อาจพิจารณาให้ยานอนหลับแบบอ่อนๆ ร่วมด้วย เพื่อช่วยคลายความกังวล

ทั้งนี้ สำหรับช่วงหลังปลูกผมนั้น ก็อาจมีอาการเจ็บ ปวด ตึงเล็กน้อยได้ระยะหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ซึ่งก็สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์จ่ายให้

อ่านเพิ่มเติม : ปลูกผมเจ็บไหม หลังปลูกเจ็บกี่วัน เปรียบเทียบแต่ละเทคนิค

เทคนิคปลูกผมไหนเจ็บน้อย

อาการเจ็บและความไวในการพักฟื้นหลังปลูกผมจะขึ้นอยู่กับเทคนิคการปลูกผมที่ใช้ด้วย โดยมีรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้

  • FUT (Follicular Unit Transplantation) เป็นเทคนิคปลูกผมที่ใช้วิธีการตัดหนังศีรษะจากบริเวณท้ายทอยเป็นแถบยาว เพื่อนำเซลล์รากผมไปปลูกยังบริเวณที่มีผมบางหรือศีรษะล้าน เช่น หน้าผากหรือกลางศีรษะ จากนั้นจึงเย็บปิดแผลบริเวณที่ตัดออก เทคนิคนี้ในปัจจุบันจะได้รับความนิยมน้อยกว่าเทคนิค FUE เพราะเกิดแผลใหญ่กว่า เจ็บมากกว่า และพักฟื้นนานกว่า
  • FUE (Follicular Unit Extraction) เป็นเทคนิคปลูกผมที่ใช้การเจาะเพื่อนำรากผมจากบริเวณท้ายทอยออกมาทีละกราฟต์ จากนั้นจึงย้ายไปปลูกยังบริเวณที่มีปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน เมื่อเทียบกับเทคนิค FUT แล้ว เทคนิค FUE นั้นให้แผลเล็กกว่า จึงทำให้เจ็บน้อยกว่าและพักฟื้นได้ไวกว่า
  • DHI (Direct Hair Implantation) เป็นเทคนิคปลูกผมที่ใช้การเจาะนำรากผมจากบริเวณท้ายทอยออกมาทีละกราฟต์คล้ายเทคนิค FUE แต่ต่างกันตรงที่เทคนิค DHI จะใช้เครื่องมือเฉพาะที่เรียกว่า DHI Implanter หรือ Choi Implanter Pen ในการปลูกผม ซึ่งสามารถทั้งบรรจุกราฟต์และฝังกราฟต์ลงบนหนังศีรษะได้ในเครื่องมือเดียว ทำให้ไม่จำเป็นต้องเปิดช่องสำหรับปลูกผมเตรียมไว้ล่วงหน้า อีกทั้งยังช่วยให้ควบคุมทิศทาง มุม และความลึกของการปลูกได้แม่นยำมากขึ้น ในขณะที่เทคนิค FUE นั้นมักใช้ Forceps ในการคีบและปลูกกราฟต์ ซึ่งต้องเปิดช่องบริเวณที่จะปลูกผมก่อน จากนั้นจึงค่อยนำกราฟต์ผมไปลง เมื่อเทียบกันแล้ว เทคนิค DHI จึงมักทำให้เกิดแผลเล็ก เจ็บน้อย และพักฟื้นได้ไวกว่าเทคนิค FUE
  • LEAN เป็นเทคนิคปลูกผมเฉพาะที่หมอพอล AAC HAIR Clinic ได้พัฒนาต่อยอดมาจากเทคนิค DHI มีการเพิ่มขั้นตอนของการตัดแต่งเนื้อเยื่อไขมันกราฟต์ผม และใช้เครื่องมือนำปลูกเฉพาะ ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ประกอบกับมีหัวเจาะขนาดเล็กมาก ทำให้เกิดแผลเล็กลง เจ็บและบวมช้ำน้อยลง พักฟื้นไวขึ้น ทั้งยังปลูกผมได้ชิดแน่นกว่าเทคนิคอื่น

ซึ่งที่ AAC HAIR Clinic ก็มีเทคนิคปลูกผมให้เลือกทั้ง FUE, DHI, LEAN รวมไปถึงเทคนิค LEAN Non-Shaven และ LEAN Long Hair ที่ช่วยให้ไม่ต้องโกนผม ทำให้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันอย่างกลมกลืนได้เร็วขึ้น คนอื่นดูแทบไม่รู้ว่าปลูกผมมา

อ่านเพิ่มเติม : ปลูกผมคืออะไร มีกี่แบบ ราคาเท่าไหร่ สรุปทุกเรื่องที่ต้องรู้

บทสรุป

ทั่วไปแล้วการปลูกผมจะไม่ใช้ยาสลบ เนื่องจากเป็นการก่อให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น ในกรณีส่วนใหญ่การใช้ยาชาเฉพาะที่เพียงอย่างเดียวก็นับว่าเพียงพอต่อการระงับความเจ็บปวดแล้ว และสำหรับช่วงหลังปลูกผมที่อาจมีอาการเจ็บ ปวด ตึงเล็กน้อยได้ระยะหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ก็สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์จ่ายให้

AAC HAIR Clinic คลินิกปลูกผม ดูแลเส้นผม โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

AAC HAIR Clinic เป็นคลินิกปลูกผม ดูแลเส้นผม ศัลยกรรม ดูแลผิวพรรณ โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ ปัจจุบันมีสาขาครอบคลุมหลายจังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ขอนแก่น อุดรธานี โคราช และอุบลราชธานี

ที่ผ่านมา AAC HAIR Clinic ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการจำนวนมาก รวมถึงบรรดาดาราและคนดัง ให้เป็นผู้เคียงข้างดูแลสุขภาพเส้นผม เนื่องด้วยจุดเด่นในด้านต่างๆ อาทิ

  • ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการปลูกผม AAC HAIR Clinic มีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการปลูกผมโดยเฉพาะ ซึ่งล้วนผ่านการฝึกอบรมและสั่งสมประสบการณ์มายาวนาน
  • เทคนิคการปลูกผมที่ทันสมัย มั่นใจด้วยเทคนิคการปลูกที่ทันสมัย ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ แทบไม่เห็นรอยแผลเป็น ฟื้นตัวได้เร็ว มีให้เลือกครอบคลุมหลายเทคนิคทั้ง FUE, DHI, Long Hair, Non-Shaven รวมถึงเทคนิค LEAN ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะที่หมอพอล AAC HAIR Clinic ได้พัฒนาขึ้นมา มีจุดเด่นคือช่วยลดอาการบวมช้ำ ลดขนาดแผล และยังช่วยให้สามารถปลูกกราฟต์ผมได้ชิดกันมากขึ้น
  • การดูแลแบบองค์รวม ใส่ใจครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการให้คำปรึกษา การวางแผนการรักษา ไปจนถึงการดูแลหลังปลูกผม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืนสูงสุด
  • บริการที่อบอุ่น อุ่นใจได้ด้วยทีมงานที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการรักษา คอยเคียงข้างดูแลคุณในทุกขั้นตอน

หากคุณกำลังประสบปัญหาเรื่องเส้นผม ก็สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์ฟรี AAC HAIR Clinic ยินดีให้ข้อมูลและคำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา พร้อมประเมินปัญหาเฉพาะบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ดูเพิ่มเติม : รีวิวปลูกผมที่ AAC HAIR & All About Clinic