5 ข้อดี ปลูกผม FUE พร้อมข้อควรปฏิบัติหลังปลูกผม

ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน สามารถเกิดได้กับทุกเพศ ไม่ว่าจะเพศหญิง หรือเพศชาย การปลูกผมจึงเป็นหนึ่งทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้มีปัญหาศีรษะล้านหรือบาง เนื่องจากจะช่วยทำให้เห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว และได้ผมหนา ดกดำ เพิ่มความมั่นใจให้คืนกลับมาอีกครั้ง ซึ่งการ ปลูกผม FUE เป็นหนึ่งเทคนิคที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย วันนี้เราจะมาแนะนำการปลูกผมด้วยเทคนิคนี้ พร้อมบอกข้อดี ข้อเสีย การเตรียมตัว และข้อควรปฏิบัติหลังปลูกผม เพื่อให้ท่านที่มีปัญหาผมบาง ได้เตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการรักษาในลำดับต่อไปค่ะ

เลือกอ่านหัวข้อในบทความ

ปลูกผม FUE คืออะไร ?

การปลูกผมถาวรเทคนิค FUE (Follicular Unit Extraction) เป็นการ ปลูกผมถาวร ที่มีขั้นตอนการย้ายเซลล์รากผม โดยไม่ต้องตัดหนังศีรษะออกมาเป็นชิ้นยาว ไม่มีแผลเย็บเหมือนวิธีทั่วไป (Strip FUT) ซึ่งวิธีการคือ ใช้เครื่องมือพิเศษหัวเจาะ ที่มีหัวขนาดเล็ก 0.8-1.0 มิลลิเมตร เจาะเอาเซลล์รากผมจากหนังศีรษะบริเวณด้านหลัง (ด้านหลังเป็นบริเวณที่เส้นผมแข็งแรง) มาปลูกถ่ายในบริเวณที่ผมบาง หรือไม่มีผม ซึ่งการปลูกผมจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการบริการจากผู้ที่มีความชำนาญเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดจนทำให้รากผมเสียหายได้

ขั้นตอนการ ปลูกผม FUE แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการฉีดยาชา หรือให้คนไข้ทานยานอนหลับแบบอ่อน ๆ พร้อมทั้งฉีดยาห้ามเลือดที่ผสมในน้ำเกลือ เพื่อให้หนังศีรษะโป่งและพองตัวขึ้น เพื่อให้ง่ายต่อการใส่รากผมเข้าไป จากนั้นแพทย์ถึงจะเริ่มทำการรักษาปลูกผมใหม่ด้วยเทคนิค FUE โดยทำการเจาะรู และนำเซลล์รากผมใส่ลงในรูที่เจาะเตรียมไว้จนครบบริเวณ ทั้งนี้ เทคนิคนี้จะให้ผลในเรื่องความสวยงาม และดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด และหลังจากปลูกผมเสร็จก็สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้เลยค่ะ

ปลูกผม FUE เหมาะกับใคร ?

การปลูกผมด้วยเทคนิค FUE เหมาะสำหรับผู้ที่ปัญหาดังต่อไปนี้

  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน หน้าผากกว้าง ผมบางกลางศีรษะ
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับโครงหน้า ให้หน้าดูอ่อนวัยลง ใบหน้าดูเรียว
  • เหมาะกับผู้ที่มีรอยแผลเป็นบนศีรษะ
  • เหมาะกับผู้ที่มีเวลาพักฟื้นน้อย
ปลูกผม FUE

5 ข้อดี ปลูกผมเทคนิค FUE ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ

  1. เจ็บแผลน้อย แผลแห้งและหายไว เนื่องจากไม่ได้ผ่าตัดชิ้นเนื้อออกมา ไม่ต้องกังวลเรื่องแผลบนศีรษะหลังการรักษา โดยแผลที่เกิดขึ้นมีลักษณะเป็นจุดเล็ก ๆ ขนาดไม่ถึง 1 มิลลิเมตร
  2. สามารถนำขนจากบริเวณอื่น ๆ ในร่างกาย เช่น หนวด เครา ขนหน้าอก ขนแขน ขนหน้าแข้ง มาปลูกที่ศีรษะได้เช่นกัน แต่ไม่เป็นที่นิยมมากนัก เนื่องจากขนอื่น ๆ ที่นำมาปลูกนั้นจะมีลักษณะหยิก และไม่งอกยาวเหมือนเส้นผมที่หนังศีรษะ ซึ่งอาจจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาตินั่นเอง
  3. ใช้ระยะเวลารักษา 6-8 ชั่วโมง และใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน เพียง 2-3 วันเท่านั้น หลังจากนั้นสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ และสามารถทำการรักษาได้เรื่อย ๆ หากต้องการเพิ่มเส้นผม
  4. ปลูกผมด้วยเทคนิค FUE สามารถไว้ผมทรง Skin head ได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแผลบนศีรษะ
  5. ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ เนื่องจากไม่ได้ทำการผ่าตัด
ข้อดีปลูกผมเทคนิค FUE

ข้อเสียของการปลูกผมเทคนิค FUE

  1. รากผมที่ดึงออกมาจากหนังศีรษะ อาจจะขาดและไม่สมบูรณ์ มีโอกาสทำให้การขึ้นของผมไม่ดีและขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์ด้วย
  2. ความหนาแน่นของผมบริเวณท้ายทอยอาจจะลดลงจากเดิมประมาณ 20%

เตรียมตัวเบื้องต้นอย่างไร ? ก่อนเข้ารับการปลูกผม FUE

ก่อนการปลูกผมถาวรกับแพทย์เฉพาะทาง การเตรียมตัวเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและเป็นธรรมชาติ ซึ่งการเตรียมตัวเบื้องต้นก่อนการปลูกผมเทคนิค FUE อย่างถูกต้อง มีดังนี้

– ควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมง

– งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนการผ่าตัดเป็นเวลา 1 สัปดาห์

– ในวันผ่าตัดสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่ควรงด ชา กาแฟ

– งดทานยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น พลาวิกซ์ (Plavix), แอสไพริน (Aspirin), วิตามินอี (Vitamin E), น้ำมันปลา (Fish oil), โสม หรือสมุนไพรอื่น ๆ เป็นเวลา 1 สัปดาห์

– ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้งในกรณีที่เป็นโรคประจำตัว หรือจำเป็นต้องทานยาเป็นประจำ ในกรณีของผู้ป่วยโรคความดันสูงที่ใช้ยา Beta Blocker จำเป็นต้องแจ้งแพทย์เพื่อขอเปลี่ยนยาก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์

– สระผมให้สะอาดในวันที่เข้ารับการปลูกผม งดใช้เจลหรือสเปรย์แต่งผม

– แนะนำให้สวมเสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมหน้า หรือเสื้อคอกว้าง เพื่อที่จะได้ไม่สัมผัสแผลเวลาสวมใส่

เตรียมตัวก่อนปลูกผม
ข้อควรปฏิบัติหลังปลูกผม

ข้อควรปฏิบัติหลัง ปลูกผม ทำอย่างไรบ้าง ?

เมื่อได้รับการปลูกผมด้วยเทคนิค FUE เรียบร้อยแล้ว จะข้อควรระวังและวิธีการดูแลตนเอง ดังนี้

– สำหรับ 24 ชั่วโมงแรกที่เข้ารับการปลูกผม ห้ามแกะสะเก็ดแผลเด็ดขาด โดยสะเก็ดแผลจะหลุดเองภายใน 2 สัปดาห์ และไม่ควรจับ ซับเลือด หรือกระทำการใด ๆ กับแผลบนศีรษะ เนื่องจากรากผมยังไม่เชื่อมติดกับผิวหนังส่วนใหม่ที่ปลูกผมลงไป หากสัมผัสแผลอาจทำให้รากผมหลุดออกได้

– การรับประทานอาหาร สามารถรับประทานได้ตามปกติ

– งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ทุกชนิดเป็นเวลา 24 ชั่วโมงหลังรับการปลูกผม เพื่อป้องกันเลือดออก และการบวมที่ศีรษะ

– หลังการปลูกผมไม่ควรตากแดดเป็นเวลานาน ๆ แต่ควรอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็นประมาณ 1 สัปดาห์

– งดสระผมด้วยตนเองในช่วงวันแรกหลังการปลูกผม และในช่วงสัปดาห์แรกควรใช้เป็นแชมพูอ่อน ๆ และใช้น้ำอุณหภูมิห้อง

– งดออกกำลังกายประมาณ 3-4 วัน งดกีฬาที่มีการกระทบกระแทก เช่น ฟุตบอล อย่างน้อย 1-2 เดือน และงดว่ายน้ำ เป็นเวลา 1 เดือน

– สามารถสวมหมวกได้ แต่ไม่ควรสวมแน่นจนเกินไป      

นอกจากนี้ สามารถทำกิจวัตรประจำวันอื่น ๆ ได้ตามปกติ

ทั้งหมดนี้ เป็นการ ปลูกผม FUE และข้อดีของการปลูกผมด้วยเทคนิคนี้ พร้อมข้อควรปฏิบัติก่อนและหลังปลูกผม หากท่านกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมหรือหนังศีรษะ และสนใจอยากปลูกผมด้วยเทคนิค FUE ที่ All About Clinic เรามีให้บริการดูแลเส้นผมอย่างครบวงจร ด้วยการดูแลจากทีมแพทย์มากประสบการณ์ นอกจากนี้ยังมีการปลูกผมด้วยเทคนิคอื่น ๆ อีกด้วย ท่านสามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่มีค่าบริการใด ๆ ได้เลยค่ะ หรือ ปรึกษาคุณหมอออนไลน์ได้ทาง Line @AACCENTER